แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เก็บรักษาน้ำนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เก็บรักษาน้ำนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วิธีการเตรียมนมสต๊อกให้ลูกกิน

1.ย้ายนมแช่แข็งลงมาช่องน้ำเย็นให้ละลายในตู้เย็น 1 คืน วันรุ่งขึ้นเทใส่ขวดสะอาดปริมาณเท่าที่ลูกกินแต่ละครั้ง ฝึกลูกกินแบบเย็นๆคือดีที่สุด ไม่ทำให้ป่วยหรือเป็นหวัด สารอาหารอยู่ครบและกลิ่นหืนน้อยกว่านมอุ่น แต่ถ้าลูกไม่ยอมกิน ให้แช่ขวดในน้ำอุ่นหรือเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านขวด แต่อย่าให้น้ำโดนบริเวณฝาขวด เพื่อปรับให้เป็นนมอุณหภูมิห้อง ห้ามอุ่นบนเตาหรือไมโครเวฟ



2.นมที่ละลายแล้วหากยังไม่ได้กิน ตั้งอยู่ที่อุณหภูมิห้องแอร์ได้ 6-8 ชม. ถ้ากินเหลืออยู่ได้อีกเพียง 2 ชม. ให้ทิ้งได้เลย

3.นมที่ละลายแล้ว เก็บในช่องน้ำเย็นได้ 24 ชม. ห้ามเอากลับไปแช่แข็งอีกรอบ

การเก็บรักษานมสต๊อกในกรณีพิเศษ เช่น ไฟฟ้าดับ ภัยพิบัติ ส่วนในกรณีปกติให้ยึดตามหลักเกณฑ์ข้างบนเท่านั้นค่ะ

1.กรณีที่ทราบล่วงหน้าว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ใช้เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าไม่ได้ ให้เตรียมที่ปั่นไฟ หรือ ที่ปั๊มนมใช้มือโยก หรือที่ปั๊มนมใช้แบตตารี่ หรือฝึกบีบด้วยมือ

2.การป้องกันไม่ให้นมแช่แข็งที่อยู่ในตู้แช่ละลาย ในกรณีที่ทราบล่วงหน้าว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้
เตรียมที่ปั่นไฟเพื่อใช้กับตู้แช่
ย้ายนมแช่แข็งไปแช่ที่อื่น
ถ้านมไม่เต็มตู้เแช่ ให้เอาน้ำใส่ถุงเข้าไปแช่แข็งถมพื้นที่อากาศให้เต็มตู้ตั้งแต่ยังมีไฟฟ้าใช้ เพื่อให้แข็งตัวเตรียมไว้ตอนไฟฟ้าดับ น้ำแข็งเหล่านี้จะช่วยให้นมแช่แข็งละลายช้าลง
ถ้าย้ายนมแช่แข็งไปไหนไม่ได้ อย่าเปิดตู้แช่โดยไม่จำเป็น ถ้านมเต็มตู้แช่และไม่เปิดเลย จะคงสภาพการแข็งได้นานถึง 48 ชม. (อ้างอิง via USDA) แต่ถ้ามีนมแช่แข็งเพียงครึ่งเดียวในตู้ ให้จัดนมแช่แข็งอยู่ตรงกลางตู้ เพราะจะเป็นบริเวณที่อุณหภูมิค่อนข้างคงที่มากที่สุด เอาหนังสือพิมพ์มายัดให้เต็มตู้แช่เพื่อให้มีอากาศน้อยที่สุด หรือเอาน้ำแข็งแห้งมาใส่ในตู้แช่ จะคงสภาพการแข็งได้ 24 ชม.

3.ถ้าไม่ทราบล่วงหน้าว่าไฟฟ้าดับ มาพบว่านมแช่แข็งละลายไปบางส่วนแต่ยังมีเกล็ดน้ำแข็งอยู่เกินครึ่ง ให้รีบทำให้แข็งใหม่โดยเร็ว ยังสามารถเก็บนมนั้นไว้ใช้ได้ และใช้นมส่วนนี้ให้หมดก่อน เพราะอายุการเก็บจะไม่นานเท่าเดิม (อ้างอิง via HMBANA’s best practice, 2005.)

4.ถ้านมไม่มีเกล็ดน้ำแข็งแล้ว ไม่สามารถกลับไปแช่แข็งได้อีก ถ้าไม่เย็นแล้ว ให้ทิ้ง ถ้ายังเย็นอยู่สามารถใช้ได้ภายใน 48 ชม.สำหรับเด็กปกติที่ไม่ใช่เด็กป่วยหรือเด็กคลอดก่อนกำหนด แต่ถ้าเป็นเด็กป่วยหรือคลอดก่อนกำหนดใช้เกณฑ์ 24 ชม.
Read More

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

คุณแม่มือใหม่ควรอ่าน! การปั๊มนมและการเก็บนมที่ปั๊มได้

สวัสดีค่ะ คุณแม่มือใหม่ทุกท่าน คือว่าวันนี้จะมาเล่าถึงการเก็บนมที่ปั๊มได้และการปั้มนมอย่างไร หลังจากที่คราวที่แล้วเราพูดถึง เก็บรักษาน้ำนมแม่อย่างไร ให้อยู่ได้นานที่สุด คราวนี้ก็ขอพูดถึงการปั๊มนมและการเก็บนมที่ปั๊มได้กันดีกว่านะค่ะ



ก่อนอื่นเรามาดูกันว่านมแม่ดียังไงกับลูก ดังนี้ค่ะ

1. น้ำนมแม่นั้นย่อยง่าย ทำให้ลูกไม่ท้องอืด

2. น้ำนมแม่มีภูมิต้านทานโรค สังเกตุได้ว่าลูกที่กินนมแม่นั้น จะไม่ค่อยเจ็บป่วยเป็นโรคอะไร เพราะเค้าได้ภูมิคุ้มกันจากแม่ไปคะ

3. นมแม่ถูก หรือทานฟรี ไม่ต้องเสียเงินซื้อนมชงที่มีราคาแพง ซึ้งเด็กบางรายที่ทานนมชงแล้วสามารถอาจยังทำให้เกิดอาการแพ้ได้

4. คุณแม่ที่ให้นมลูกทาน จะทำรูปร่างเข้าที่เร็วกว่าปกติคะ  คือประมาณภายใน 4 – 5 เดือนคะ

5. น้ำนมแม่ยืดโอกาสที่ลูกจะภูมิแพ้ให้ช้าขึ้น เพราะโปรตีนนมแม่เด็กจะไม่แพ้คะ

วิธีการปั๊มนม

การปั๊มนมเพื่อเก็บเป็น stock เอาไว้ให้ลูกทานนั้น จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความอดทน พยายาม ของคุณแม่เองนะค่ะ มีคำถามว่าต้องปั๊มเท่าไหร่ ถึงจะพอ คำตอบ ตอบยากมาก

คุณแม่บางท่าน อยากให้ลูกทานนมแม่ล้วนเลย ไม่มีทานนมผสมเลย ก็ปั๊มเยอะมากค่ะ ประมาณวันละ 30 OZ  อายุ 7 เดือน ก็เลิกปั๊ม ทำให้มีนมพอทาน 5 เดือน จนครบปี ซึ่งตอนนี้คุณแม่ แต่ละท่าน ต้องคำนวณกันเองว่า วันหนึ่งลูกเรากินกี่ OZ แล้วต้องเก็บ stock เท่าไหร่ถึงจะพอ ถ้าขยันปั๊มเก็บ ก็เลิกปั๊มได้เร็วหน่อยค่ะ แต่ถ้าไม่ขยันปั๊มเก็บก็ต้องปั๊มนานหน่อย อันนี้ก็อย่างที่บอกค่ะ แล้วแต่ความพยายามของแต่ละคนนะค่ะ

1. การปั้มนมเก็บ ให้เริ่มให้เร็วที่สุดคะ พูดง่าย ๆ ถ้าผ่าคลอดเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกตัว พอพยาบาลเอาลูกมาดูดกระตุ้นแล้วให้เริ่มปั้มหลักงจากที่ลูกดูดเลยคะ ถึงแม้จะไม่มีน้ำนมก็ไม่เป็นไรคะ เค้าเรียกว่า “ปั้มลม” ปั้มทุก 2 ชม. ครั้งละ ประมาณ 20 นาทีทั้ง 2 ข้างคะ ส่วนตอนกลางคืน ทุก 3 ชม. ครั้งละ 20 นาทีเหมือนกัน ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนนมเริ่ม “establish” ก็คือ พอลูกดูดนมข้างหนึ่ง น้ำนมอีกข้างหนึ่งก็เริ่มไหลค่ะ การปั๊มนมแบบนี้ ไม่ต้องกลัวคนอื่นด่านะค่ะ ว่าไม่มีน้ำนมแล้วปั๊มทำไม เราปั๊มนมก็เพื่อเป็นการบอกเต้านมคะว่า “เธอต้องผลิตนมเพิ่มนะ นมฉันยังไม่พอ” เพราะถ้าไม่ปั้มต่อ เราจะมีนมแค่พอลูกกิน แต่จะไม่เหลือนมไว้เก็บเป็น stock คะ ก็จะมีคำถามว่า ทำไมต้องมี stock ด้วย ก็เพราะ ถ้าไม่มี stock นมไว้ เวลาคุณจะไปไหนก็จะไปไม่ได้ เพราะคุณจะต้องรีบกลับมาให้ทันเวลาลูกดื่มนม หรือไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องเอาลูกไปด้วย แต่ถ้ามี stock คุณก็ให้คนอื่น อุ่นนมให้ลูกดื่มได้คะ

2. พอนม establish แล้ว เราจะเริ่มยืดเวลาในการปั๊มให้ห่างออกไปจากทุก 2 ชม. ตอนเช้า และ 3 ชม. ตอนกลางคืน เป็น 3-4 ชม. ตอนเช้าหรือ 4-5 ชม.ตอนกลางคืนก็ได้  อันนี้ก็แล้วแต่คุณแม่แต่ละท่านคะ พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งคุณให้ลูกดูดนม แล้วก็ปั๊มเก็บมาก เต้านมก็จะผลิตนมมากตามไปด้วยคะ และน้ำหนักคุณแม่ก็จะลดลงเร็วนะคะ เวลาปั๊มนมก็ปั๊มพร้อมกัน ทั้ง 2 ข้างเลยจนรู้สึกว่าน้ำนมหมดเต้าแล้วจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็แล้วแต่คนคะ บอกไม่ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่า น้ำนมยังไม่หมดเต้า แต่ปั้มแล้วไม่ออก ให้ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบี้ที่หัวนมจนกระทั้งมีน้ำนมไหลออกมา ก็เริ่มปั๊มต่อได้คะ รับรองปั๊มครั้งนี้ไหลดีเหมือนเดิม



วิธีการเก็บนม จากที่เคยบอกไปแล้วนะคะ ว่าอุปกรณ์เก็บนมมีทั้งแบบขวดและแบบถุง คราวนี้ก็จะพูดถึงวิธีเก็บกันบ้าง

1. ในวันแรกที่เริ่มปั๊มน้ำนมอาจจะได้แค่ 1 OZ หรือน้อยกว่าก็ให้เอานมที่ปั๊มได้ใส่ขวดเก็บนมเอาไว้โดยเขียน วัน และเวลา เอาไว้ค่ะ อย่าลืมเอาเข้าช่อง freez พอถึงรอบที่ต้องปั๊มต่อไปก็อาจจะได้แค่ 0.5 OZ ก็เอาแค่นั้น เทใส่ลงไปในขวดเดิม ให้น้ำนมแข็งเป็นชั้นๆ กับไปไม่เป็นอะไรคะจนกว่าจะเต็มขวด แต่อย่าเต็มขวดมากนะคะเพราะ ของเหลวจะขยายตัวเมื่อแข็งตัวคะ แล้วจะทำให้ขวดแตก เก็บอย่างนี้ไปเรื่อย

*ข้อควรจำ 1 ขวดที่จะเอานมมาเก็บนั้นจะเทใส่ซ้ำได้ภายใน 24 ชม. นะค่ะ* เช่น ถ้าเริ่ม วันที่ 1 ตอน 8 โมง เราก็จะเอานมที่ปั๊มได้เทใส่กี่ครั้งก็ได้แต่ ห้ามเกิน วันที่ 2 ตอน 8โมง ค่ะ*

2. เก็บใส่ถุงน้ำนม ถุงส่วนมากจะจุได้ประมาณ 6 OZ ค่ะ แต่หญิงแนะนำให้เก็บมากสุด 5 OZ คะ เพราะถ้ามากกว่านั้นถุงอาจรั่วได้ ถุงเก็บน้ำนมไม่แนะนำให้เอานมที่ปั๊มได้ในครั้งต่อไปมาเทซ้ำ เหมือนขวดเก็บน้ำนมนะคะ เพราะน้ำนมเมื่อ freeze แล้วเวลาแกะถุงออกถุงอาจขาดได้คะ เพราะฉะนั้นถ้าเก็บไว้ 2 OZ ก็เขียนหน้าถุงไว้แค่ 2 OZ คะ ถ้าลูกไม่พอกิน ก็เอาถุงใหม่มาละลายให้ลูกทานเพิ่ม

ระยะเวลาในการเก็บน้ำนม  (เวลาอาจคลาดเคลื่อนแล้วแต่แหล่งข้อมูลคะ แต่วันนี้หญิงใช้จากประสบการณ์ตัวเอง แล้วมิกิก็ปลอดภัยดีคะ)

ตู้ freeze แช่ไอติม                    =   6 เดือน

ตู้เย็น 2 ประตู                          =    3 - 4 เดือน

ตู้เย็น ช่องธรรมดา                     =   2 วัน

กระเป๋าเก็บอุณหภูมิมี cool pack     =  8 ชม.



วิธีละลายน้ำนมมาให้ลูกทาน

การละลายน้ำนมแม่ที่แช่ช่อง freeze ออกมาให้ลูกทาน มี 2 วิธี

1. ละลายโดยเอานมจากช่อง freeze มาวางไว้ในตู้เย็นช่องความเย็นธรรมดา โดยวางทิ้งไว้ให้ตัวนมที่แข็งค่อยๆ ละลายกลายเป็นน้ำ  วิธีนี้จะช้าหน่อยนะคะ แต่ก็สะดวก เพราะไม่ต้องมาคอยนั่งดู นมที่ละลายแล้วอยู่ในตู้เย็นได้ 2 วันคะ

ข้อควรจำ     นมที่ละลายแล้วเอาไป freeze อีกรอบไม่ได้นะคะ

2. ละลายโดยเอานมที่ freeze ไว้ไปแช่น้ำธรรมดา วิธีนี้จะเร็วหน่อยแต่ต้องคอยดูไม่ให้นมละลายจนหมดหรือตั้งทิ้งไว้จนอุณหภูมินมกลายเป็นอุณหภูมิห้อง เพราะนมนั้นจะอยู่ได้แค่ 1 ชม.

นมเมื่อละลายบางส่วนแล้วให้นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา น้ำนมก็จะมีอายุอยู่ได้ 2 วัน เหมือนกับการละลายโดยเอามาวางในตู้เย็นคะ

เมื่อละลายนมแล้วก็เทแบ่งใส่ขวดนมน้องตามปริมาณที่น้องต้องการกินคะ เช่น ละลายขวดที่เก็บนม 8 oz แต่น้องต้องการกินแค่ 30 oz ก็เทแค่ 30 oz ส่วนที่เหลือเอาแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้นมที่เหลืออยู่ได้ 2 วัน คะ



วิธีอุ่นนมแม่

1. อุ่นโดยนำขวดนมไปแช่ในน้ำร้อน

2. อุ่นโดยใช้เครื่องอุ่นนม

            ข้อควรระวัง -ห้ามเอานมแม่ไปอุ่นในไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เสียคุณค่าทางอาหารและภูมิต้านทาน

- ห้ามอุ่นซ้ำ เช่น อุ่นนมแล้วแต่น้องยังไม่ทาน แต่เห็นว่านมเย็นแล้วก็อุ่นอีกที หรือน้องกินไปบางส่วนกินยังไม่หมดก็อุ่นใหม่

- นมที่น้องกินไปแล้ว ถ้าทานไม่หมดต้องทิ้งภายใน 1 ชม.



สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การให้นมแม่กับลูกน้อยสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณแม่เองนะค่ะ ว่าจะขยันและอดทนแค่ไหน การจะทำให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายคะ แต่ก็ไม่ยากเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่แม่คนหนึ่งจะให้กับลูกตนเองได้คะ

เช่น คุณแม่ต้องกินน้ำวันละ 3 ลิตร ต้องตื่นมาให้นมลูกและปั๊มนมทุก 3 - 4 ชม. ต้องเอาเครื่องปั๊มนมไปทุกที่ ที่เราไป ทำอย่างนี้จนมีนม stock เป็น 1,000 ขวด แล้วก็หยุด ปั๊มตอนมิกิ 7 - 8 เดือน หลังจากนั้น 4 - 5 เดือน  ลูกก็กินนมจาก stock ที่มีจนครบคะ คุณแม่อาจงงค่ะ ว่าทำไมต้อง มี stock เยอะๆ ก็เพราะว่าไม่มี stock เยอะ คุณแม่ก็ต้องปั๊มนมจนครบขวบไงค่ะ นมถึงจะพอให้ลูกทาน

ขอบคุณข้อมูลจาก lamoonbaby.com
Read More

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เก็บรักษาน้ำนมแม่อย่างไร ให้อยู่ได้นานที่สุด

สวัสดีค่ะคุณแม่มือใหม่ทุกท่าน หัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำการเก็บรักษาน้ำนมแม่ ซึ่งเก็บน้ำนมในภาชนะสำหรับใส่อาหารแบบไหนก็ได้  หรือจะใช้ ถุงเก็บน้ำนมแม่ ก็ได้ เขียนวันเวลาที่ได้ปั๊มนมไว้บนภาชนะ  ควรแบ่งปริมาณน้ำนมให้พอดีกับมื้อหนึ่งที่ลูกกิน และพอจะทราบบ้างไหมค่ะ ว่าจะเก็บรักษาแบบไหนให้อยู่นานที่สุด มาดูกันค่ะ



สถานที่เก็บ
อุณหภูมิ
ระยะเวลาเก็บ
ตั้งทิ้งไว้
27-32 C
3-4 ช.ม.
ตั้งทิ้งไว้
16-26 C
4-8 ช.ม.
กระติกใส่น้ำแข็ง
15 C
24 ช.ม.
ตู้เย็นช่องธรรมดา
0-4 C
3-8 วัน
ช่องแช่แข็งตู้เย็นประตูเดียว 
2 สัปดาห์
ช่องแช่แข็งตู้เย็น 2 ประตู
  -4 C
4-6 เดือน
ช่องแช่แข็งเย็นจัด ตู้เย็นชนิดพิเศษ
-19 C
6-12 เดือน
   
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง สายด่วนคลีนิคนมแม่ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้


- เมื่อต้องการนำนมที่แช่แข็งไว้มาใช้  ให้ละลาย นมแม่ ที่แช่แข็งด้วยการนำมาแช่ในตู้เย็นปกติก่อนล่วงหน้า 1 คืน (12 ช.ม.) ถ้าลูกชอบแบบเย็นๆ ก็แกว่งเป็นวงกลมเบาๆ ให้ไขมันที่แยกชั้นละลายเข้ากัน แล้วป้อนได้เลย  แต่ถ้าลูกไม่ชอบก็นำมาแช่ในน้ำอุ่นก่อนป้อน ห้ามใช้น้ำร้อนจัดหรือไมโครเวฟ เพราะจะทำลายเซลล์มีชีวิตที่อยู่ใน นมแม่

-ไม่ควรปล่อยให้นมแช่แข็งละลายเองที่อุณหภูมิห้อง ถ้าลืมและต้องการให้ละลายเร็ว ให้แช่ในน้ำธรรมดาให้เป็นอุณหภูมิปกติ แล้วเปลี่ยนเป็นแช่น้ำอุ่น

-นมที่เก็บในถุงเก็บนมแม่จะละลายเร็วกว่าเก็บในขวดหรือภาชนะอื่นๆ

-น้ำนมที่ละลายแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้ 24 ช.ม. น้ำนมที่เหลือจากการป้อนนมในขวดหรือถ้วย สามารถเก็บได้ถึงมื้อต่อไปเท่านั้น

-ไม่ควรนำนมแช่แข็งที่ละลายแล้ว กลับไปแช่แข็งใหม่

-สามารถผสมน้ำนมแม่ที่บีบหรือปั๊มออกมาใหม่ใส่รวมกับน้ำนมแม่ที่แช่เย็นไว้ก่อนแล้วได้ภายใน 24 ช.ม.หลังจากการเก็บครั้งแรก

-ถ้าต้องการใช้นมภายใน 8 วันหลังจากปั๊ม ไม่ต้องแช่แข็ง ให้แช่ตู้เย็นช่องปกติ  ถ้าต้องการแช่แข็ง ให้แช่แข็งภายใน 24-48 ช.ม. หลังจากปั๊มออกมา (ยิ่งแช่แข็งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น)

-น้ำนมแช่แข็งที่ละลายแล้ว  อาจมีกลิ่นหืน แต่ไม่เสีย (นอกจากมีกลิ่นรุนแรงมากและมีรสเปรี้ยว จึงจะเสีย)

หมายเหตุ

คำแนะนำในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ข้างต้น เป็นคำแนะนำทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้  สิ่งใดก็ตามที่แตกต่างไปจากคำแนะนำดังกล่าว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละครอบครัว  ถ้ากังวลมากก็ไม่ควรทำ  แต่ถ้าคิดว่าน่าจะได้ ก็ทดลองทำดูได้  อาจจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้  ก็จำไว้เป็นประสบการณ์ของตนเองค่ะ ถ้าอยากทราบว่านมเสียหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ชิมค่ะ
Read More
loading...