แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำนม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำนม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

13 สาเหตุที่ทำให้ น้ำนมแม่น้อย

สาเหตุที่ทำให้ ‪#‎น้ำนมน้อย‬ 13 ประการ


1. เสริมนมอื่น ไ่ม่ว่าจะเป็น ‪#‎นมผง‬ หรือนมของแม่คนอื่น ทั้งด้วยวิธีป้อนขวดหรือป้อนแก้ว เพราะทำให้ลูกดูดเบา กระตุ้นน้อย น้ำนมแม่ก็จะน้อยค่ะ
2. เสริมอาหารอื่นก่อน 6 เดือน ทำให้อิ่มและลดการดูดกระตุ้น
3. ไม่ให้ลูกดูดบ่อย (ทุก 2-3 ชม.) แยกแม่ลูก หรือพยายาม "ฝึก" ทั้งที่ไม่จำเป็นและไม่ควรฝึกให้กินนมแม่ตามเวลา ไม่จำเป็นต้องจับเวลา
4. แม่ทานอาหารไม่เพียงพอ อดอาหาร ลดความอ้วนด้วยการอดข้าว
5. แม่ขาดน้ำ
6. แม่เลือดจาง มีผลให้สร้างน้ำนมน้อยได้ คุณแม่ที่รู้ว่าตัวเองมีภาวะซีดก็ควรทานเม็ดธาตุเหล็กนะคะ
7. แม่ทานยาคุมที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจน
8. ลูกดูดไม่ถูกวิธี อาจมีผังผืดใต้ลิ้น ฯลฯ แม่รู้สึกเจ็บ ลูกฉี่น้อยและสีเข้ม
9. ปล่อยให้เต้าคัดนานๆ ไม่บีบออก
10. ความเครียดของแม่
ทำให้น้ำนมไหลช้า แต่ไม่ถึงกับลดฮ่วบ 11. มี ‪#‎ประจำเดือน‬
เมื่อดูดนมห่างขึ้น ปจด. จะมาไดัค่ะ น้ำนมจะลดเล็กน้อยในช่วงนี้ ให้ดูด/ปั๊มนมตามปกติ น้ำนมจะเพิ่มกลับมาค่ะ 12. ทานสมุนไพร ‪#‎ขับน้ำคาวปลา‬ ยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล
13. ทานยาแก้แพ้ ‪#‎CPM‬ หรือ ยา ‪#‎pseudoephedrine‬ ติดต่อหลายวัน กดารสร้างน้ำนม
13 เป็น unlucky number แต่เนื่องจากนมแม่ไม่ขึ้นอยู่กับโชค ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับตัวและหัวใจของเราล้วนๆ ค่ะ ถ้าลูกฉี่เกิน 6 ครั้งต่อวันแสดงว่าได้น้ำนมพอแล้วนะคะ เดือนแรก ใจต้องสู้ค่ะ รับรองว่าเดือนต่อไปจะง่ายขึ้น ลูกจะยิ้มให้ หายเหนื่อยเลยค่ะ
แล้วแบบไหนเรียกว่า "น้ำนมน้อย"?
"น้ำนมไม่พอ" หลายๆ ครั้งไม่ใช่น้ำนมไม่พอหรอกนะคะ ตัวอย่างเช่น...
ทารกแรกเกิด - 3 เดือน

>> ดูดนมแทบจะตลอดเวลา / ก็เพราะกระเพาะยังเล็ก และลูกก็ยังเคยได้อาหารแทบจะตลอดเวลาเมื่ออยู่ในครรภ์ >> ลูกไม่นอน ตื่นกลางคืน หลับกลางวัน / ก็เพราะลูกเคยดิ้นบ่อยตอนกลางคืน ยังต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเป็นเดือนค่ะ >> วางไม่ได้ วางเป็นร้อง / ก็เพราะลูกเคยอยู่ในครรภ์ของแม่ ที่อุ่นและโอบรัดกายตลอด 9 เดือน พอ 1-2 เดือน เริ่มไม่อึเพราะลำไส้ทำงานดีขึ้น >> หรือว่านมไม่พอ? (ไม่ใช่นะคะ) เพราะว่าลูกดูดได้นมส่วนหลังมากขึ้น และลำไส้ก็ทำงานดูดซึมได้ดีมากขึ้นค่ะ พอ 2-3 เดือนเริ่มเจอกำปั้นตัวเอง เอามือเข้าปาก น้ำลายมาก แลบลิ้น >> สงสัยหิว หรือว่านมไม่พอ!? / เพราะฟันน้ำนมซี่แรกใกล้ขึ้นแล้วค่ะ อายุ 3-4 เดือน >> เริ่มตื่นบ่อยตื่นมาร้องจ๊ากๆ / เพราะฟันจะขึ้นตอนกลางคืนเวลาหลับสนิทค่ะ น้องจึงตื่นมางอแง >> บางครั้งดูดนมแม่ซักพักแล้วงอแง ดูดๆ ปล่อยๆ หรือดูดๆ บ่นๆ / เพราะน้ำนมพุ่งแรงค่ะ ให้ปั๊มออกบางส่วนหรือคว่ำหน้าดูด >> หลายครั้งเลย (เศร้า) ที่ลูกดูดนมแม่ไม่เป็น โดนป้อนขวดตั้งแต่ที่รพ. เจอนมแม่แล้วไหลไม่ทันใจ มีน้ำนมค่ะ แต่ต้องแก้ติดจุกนะคะ เห็นไหมคะ นี่เป็นเพียง 1 ประเด็น "น้ำนมไม่พอ" แต่มีสาเหตุเยอะไปหมดที่พร้อมอธิบายได้ว่า ไม่ใช่น้ำนมไม่พอค่ะ และขอบอกว่า สิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าลูกได้น้ำนมไม่พอคือ
*** ฉี่ไม่ถึง 6 ครั้งใน 24 ชม. ***
และไม่ใช่เพราะแม่ไม่มีน้ำนมนะคะ แต่เป็นเพราะน้ำนมถูกเอาออกจากเต้าได้น้อย (ต่างกันนะคะ) ด้วยการที่
1) ลูกดูดผิด อมไม่ลึกพอ อุ้มผิดท่า
2) ลูกมีพังผืดใต้ลิ้นทำให้ดูดได้ไม่ดีนัก
3) ลูกนอนยาวไป มื้อนมไม่พอ (ทารกแรกเกิดควรได้ประมาณ 10 มื้อต่อวันค่ะ)
น้อยคนมากๆ ที่ให้ลูกดูดกระตุ้นตลอดแล้วจะ "น้ำนมไม่พอ" (ปัญหาฮอร์โมนผิดปกติซึ่งหายากมากค่ะ) ส่วนใหญ่เป็นเพราะความเข้าใจผิดหรือปฏิบัติผิดทั้งสิ้นค่ะ
Read More

20 ข้อเหล่านี้ แม่ให้นมลูกอยู่ทาน/ทำ ได้หรือไม่

ให้นมลูกอยู่ เหล่านี้ทาน/ทำ ได้หรือไม่?


 1.ยาคุม แนะนำยาคุม exluton ไม่ทำให้น้ำนมลดค่ะ ตามนี้นะคะ >>http://goo.gl/tLh7W

2.ยาลดความอ้วน ไม่แนะนำค่ะ เพราะแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางตัวมีสเตียรอยด์ กดภูมิคุ้มกัน บางตัวทำให้ใจสั่น บางตัวทำให้ถ่ายท้อง บางตัวกระทบน้ำนมทำให้น้ำนมลด บางตัวทำให้เราแพ้ ทำให้ลูกแพ้ได้ค่ะ * ถ้าอยากลดน้ำหนัก แนะนำให้งดของทอด งดน้ำหวาน ลดแป้งมื้อเย็น รับรองเห็นผลภายใน 2-4 อาทิตย์ ผิวพรรณก็จะสวยขึ้นด้วยค่ะ

3. ทำฟัน เข้าคลีนิกทำหน้า ทำฟันได้ค่ะ ฉีดยาชา ถอนฟัน ถอนฟันคุด ขูดหินปูน ทานยาแก้ปวด-ยาปฏิชีวนะได้ (ถ้าจำเป็น) เลเซอร์หน้า ไม่กระทบน้ำนมค่ะ

4 .คอลลาเจน กลูต้า ยาตัวขาวต่างๆ คอลลาเจน มีอยู่ในเนื้อสัตว์ทั่วไปค่ะ การทานเนื้อสัตว์ไม่ทำให้ตัวขาว แต่เราจะได้โปรตีนที่จะร่างกายนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอค่ะ ส่วนกลูต้า ทำให้เม็ดสีไม่ทำงาน ภูมิต้านทานผิวหนังลดลง เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังและตาบอดค่ะ http://blog.eduzones.com/wigi/86667

5 .ยารักษาสิว ไม่แนะนำ ถ้าเป็นยาที่เป็นฮอร์โมนรวม ที่มีเอสโตรเจนและโปรเจสโตรเจน พวกนี้น้ำนมลดฮวบค่ะ ถ้าเป็นยาทารักษาสิว ใช้ได้ค่ะ

6 .ปลาดิบ ทานได้ค่ะ ถ้าสดสะอาด และถ้าลูกเราไม่แพ้ปลาทะเลนะคะ

7 .น้ำเย็น ทานได้ค่ะ ไม่ทำให้น้ำนมลดน้อยแต่อย่างใด

8 .ผัก #ผลไม้ ทานได้ค่ะ สังเกตดูว่าน้องไม่แพ้ บางคนแพ้แอปเปิ้ลและสตรอเบอร์รี่ บางคนแพ้ข้าวโพด (ถ้าแม่ทาน) บางคนแพ้กะทินะคะ

9.ส้มตำ ทานได้นะคะ ขอให้ร้านปรุงใหม่และสะอาด ระวังถั่วลิสงและกุ้งแห้ง เด็กเล็กๆ อาจจะแพ้โปรตีนทำให้ท้องอืดโยเยค่ะ ปลาร้าต้มแล้ว ถ้าลูกไม่แพ้โปรตีน แม่ก็ทานได้ค่ะ ขอให้ปรุงสดสะอาดนะคะ สำคัญที่สุด

 10 ชา กาแฟ น้ำอัดลม ชา-กาแฟ ทานได้เล็กน้อย ถ้าไม่ได้ทานมานาน อาจจะทาน 1/4 ถึง 1/2 แก้วก่อน เพราะคาเฟอีนส่งผลให้ลูกตาค้าง นอนยากขึ้นกว่าปกติค่ะ น้ำอัดลม ทานได้ ไม่ทำให้ลูกท้องอืดค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ทานบ่อยๆ เพราะน้ำอัดลมมีค่าเป็นกรด จะดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูก ส่งผลให้กระดูกบาง มวลกระดูกลดลง แถมจะทำให้อ้วน น้ำหนักไม่ลดสักที ติดหนึบอยู่ที่ต้นขาและหน้าท้องค่ะ

11. ทาน รสเผ็ด ได้ สาร capsicin ที่ทำให้เรารู้สึกเผ็ดละลายอยู่ในไขมันของน้ำนมแม่ จึงไม่ไปเกาะที่ปลายประสาทที่ลิ้นลูก ลูกก็จะไม่รู้สึกเผ็ด การที่แม่ทานอาหารรสชาติหลากหลายและจัดจ้าน ทำให้น้ำนมเปลี่ยนรสชาติบ่อยๆ ลูกก็จะเป็นเด็กที่ตอบรับกับอาหารเสริมใหม่ๆ ได้ดีขึ้นค่ะ อันนี้ง่ายวิจัยของฝรั่ง ให้ทานกระเทียมค่ะ กลุ่มที่แม่กินกระเทียม ลูกก็จะกินนมนานขึ้น เหมือนจะอร่อยขึ้นค่ะ

12. ดัดผม #ยืดผม #ทำสีผม ได้ #ทาเล็บ ได้ค่ะ แนะนำให้ใช้น้ำยาที่กลิ่นไม่แรง และระวังอย่าให้สารเคมีเปื้อนที่บริเวณหน้าอกค่ะ

13. ทาน #วิตามินรวม น้ำมันปลา แคลเซี่ยมเม็ด ทานได้ค่ะ แต่ใครที่ท่อน้ำนมตันบ่อยๆ หัวข้อนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ท่อน้ำนมตัน เต้าเป็นก้อนได้ค่ะ

14. ครีมทาผิว บำรุงผิว เครื่องสำอาง ใช้ได้ค่ะ ระวังอย่าให้เนื้อครีมสัมผัสลูกโดยตรง เราไม่แพ้แต่ลูกอาจแพ้ค่ะ

15. ยารักษาโรค ส่วนมากทานได้ค่ะ ตัวยาออกทางน้ำนมน้อยมากเพียง 1% แนะนำให้ตรวจสอบจากเว็บนี้ www.e-lactancia.org

16. วัคซีน และเซรุ่มทุกชนิด แม่ให้นมฉีดวัคซีนและรับเซรุ่มได้เหมือนบุคคลทั่วไปค่ะ

17. แอลกอฮอล & ยาดองเหล้า ไม่ควรทานค่ะ เพราะแอลกอฮอลผ่านทางน้ำนมไปหาลูกได้ ตับของลูกน้อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพิ่มความเสี่ยงภาวะตับวาย

18. ยาชักมดลูก ไม่ควรทานเพราะมีผลให้น้ำนมลดค่ะ

19. ผลไม้รสเปรี้ยว & ผักบางชนิด อันนี้แล้วแต่คน หลายคนแพ้ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ค่ะ สตรอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แม่ทานแล้วลูกอาจแพ้ บางครั้งมีเคสแม่ทานข้าวโพดแล้วลูกแพ้นะคะ รอลูกครบขวบค่อยให้ลองทานค่ะ

20. โปรตีนกลุ่มเสี่ยง (นมเนย-ถั่ว-ไข่-แป้งสาลี-อาหารทะเล) แล้วแต่คนค่ะ สำหรับแม่ท้อง อย่ากระหน่ำทานกลุ่มนี้เพราะโปรตีนเหล่านี้กระตุ้นและเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกในครรภ์แพ้ง่าย สำหรับแม่ให้นม ลองสังเกตดู ถ้าน้องมีอาการแพ้ (ทางผิว/ทางเดินอาหาร/ทางเดินหายใจ) ก็งดทานซักพัก เมื่อลูกโตขึ้น ลำไส้แข็งแรงขึ้น ร่างกายอาจรับโปรตีนเหล่านี้ได้ดีขึ้นค่ะ
ทานให้พอดีๆ ให้ได้สารอาหาร 5 หมู่เพื่อบำรุงร่างกายแม่นะคะ
ช่วงนี้บทความที่กล่าวว่า "คุณค่าและปริมาณ" ขึ้นอยู่กับอาหารของแม่นั้น #ไม่จริงนะคะ คุณค่านมแม่ ดีของมันอยู่แล้วค่ะ
ถามนิดเดียวค่ะ: แม่วัวไม่กินนมวัว แล้วนมวัวจะมีคุณค่าหรือไม่? (ไม่ต้องกินนมวัว เพราะกลไกธรรมชาติจะดึงสารอาหารจากแม่วัวมาผลิตนมวัว แม่วัวก็กินหญ้าตามปกติในปริมาณมากขึ้นค่ะ)
ตามนี้นะจ๊ะ สาวๆ
Read More

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

ทำได้อย่างไร คุณแม่จึงจะผลิตน้ำนมมากขึ้น

สามารถทำได้ในผู้หญิงทุกคนที่มีต่อมน้ำนม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือ ไม่เคยมีลูกมาก่อนก็ตาม และในบางคนอาจผลิตน้ำนมได้ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของลูกได้โดยไม่ต้องใช้นมผงเลย




วิธีการ

1.กรณีที่แม่เตรียมรับลูกบุญธรรม หรือ กรณีให้ผู้อื่นอุ้มบุญเนื่องจากไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ เมื่อใกล้คลอดประมาณ 2 สัปดาห์ ให้คุณแม่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์เริ่มกินอาหารกระตุ้นน้ำนม และ/หรือ ยากระตุ้นน้ำนมดอมเพอริโดน (หากไม่มีผลข้างเคียงหรือแพ้ยา) 2 เม็ด ทุก 6 ชม. และ/หรือ ยาประสระน้ำนม , fenugreek , ลูกซัด และให้เริ่มปั๊มนมเพื่อกระตุ้นได้เลย โดยใช้เครื่องปั๊มแบบคู่ ทุก 2-3ชม. ทั้งกลางวัน/กลางคืน (กลางคืนสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลา ตี 2-3 เนื่องจากฮอร์โมนหลั่งสูงสุด) ปรับความแรงของเครื่องสูงสุด แต่ไม่แรงเกินไปจนทำให้เจ็บหัวนม ปั๊มแต่ละครั้งนาน 20 นาที (ปั๊มไปด้วย ทำอะไรอย่างอื่นไปด้วย ให้เพลินๆ) หัวใจสำคัญอยู่ที่การกระตุ้นเต้านม ระบายน้ำนมออกบ่อยๆ อย่ารอให้เต้าคัดตึงแล้วจึงค่อยเอาออก เพราะจะทำให้น้ำนมไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร

เมื่อลูกเกิดแล้ว ให้นำลูกมาดูดเต้าเหมือนแม่ที่คลอดลูกปกติ น้ำนมจะมาภายใน 2 สัปดาห์ บางคนมีน้ำนมมาตั้งแต่ลูกยังไม่ได้มาดูดกระตุ้นด้วยซ้ำไป ตั้งแต่ตอนที่ยังใช้เพียงแค่ใช้เครื่องปั๊มกระตุ้น หากน้ำนมยังไม่มา แต่นน.ตัวลูกเริ่มลดลงต่ำกว่า 10 เปอร์เซนต์ของแรกเกิดแล้ว ให้เสริมนมโดยต่อสายพลาสติกเล็กๆสำหรับให้อาหารมาที่หัวนม (lactation aids) เวลาลูกดูด จะได้รับน้ำนมเพิ่มเข้าไปด้วย

หากไม่ให้ลูกดูดเต้าเลย ใช้วิธีปั๊มอย่างเดียว จะผลิตน้ำนมได้ไม่มากเท่ากับรายที่ลูกได้ดูดเต้าด้วย จึงควรให้โอกาสเด็กดูดเต้าให้ได้ หากรพ.ที่คลอดช่วยให้ลูกดูดเต้าไม่ได้ อย่าเพิ่งถอดใจ ตัดสินใจเป็นคุณแม่นักปั๊ม ควรติดต่อคลินิคนมแม่เพื่อเรียนรู้ท่าดูดนมที่ถูกต้อง หรือ ตรวจดูว่า มีพังผืดใต้ลิ้นหรือไม่ เมื่อได้รับการแก้ไขแล้ว การดูดเต้าอาจเป็นเรื่องง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ

2.แม่ที่น้ำนมเริ่มลดลง หรือ เคยให้นม แต่หยุดให้ไป และน้ำนมแห้งไปแล้ว อยากเปลี่ยนใจจะกลับมาให้นมแม่อีก เพราะลูกอาจมีปัญหาแพ้นมผง ไม่สบายบ่อย

หากหยุดไปไม่นาน และแม่ต้องการกลับมาให้ลูกดูดเต้าอีกเพราะหวังผลกระตุ้นอย่างเต็มที่ ก็ใช้วิธีเดียวกับข้อ 1. และหากเป็นไปได้ ควรหยุดการป้อนนมลูกด้วยขวดนม เพราะจะทำให้การกลับมาดูดเต้าเป็นไปได้ยาก ให้เปลี่ยนเป็นการป้อนนมด้วยถ้วย ช้อน ดูดหลอด เป็นต้น

แต่ถ้าทำยังไง ลูกก็ยังไม่ยอมดูดเต้าแล้ว ให้คุณแม่ปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอทั้งกลางวัน/กลางคืน ร่วมกับการกระตุ้นจี๊ดที่หัวนม และฝึกบีบเต้าให้เกลี้ยงด้วยมือ ก็จะทำให้น้ำนมเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

น้ำนมแม่ที่ผลิตได้ มีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำนมแม่ตามปกติ และ การที่แม่ปั๊มนม ถึงแม้ว่าลูกไม่ได้ดูดเต้าโดยตรง ก็ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลายโรคในแม่ด้วยเช่นกัน เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ โรคกระดูกพรุน ฯลฯ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกท่านที่กำลังกู้น้ำนม หรือ ผู้มีความต้องการผลิตนมแม่ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมค่ะ

คุณแม่กู้น้ำนมโดยใช้เครื่องปั๊มทุก 3 ชม.ทั้งกลางวันกลางคืน โดย 3 สัปดาห์แรก ไม่มีน้ำนมออกมาสักหยด เริ่มได้ติดก้นขวดเมื่อ 21 วัน และได้มากกว่า 3 ออนซ์/วัน เมื่อ 28 วัน ขณะเดียวกันคุณแม่ท่านนี้ก็พยายามให้ลูกฝึกดูดเต้าด้วย ตอนไม่ได้หิวจัดๆ อารมณ์ดีๆ ถ้าดูดแล้วเริ่มหงุดหงิด คุณพยาบาลก็เอาแผ่นแปะหัวนมซิลิโคนมาครอบ หรือ เอาน้ำนมมาหยดล่อที่เต้า เพื่อจูงใจให้ลูกยอมดูดต่อ

อย่าคิดว่า คุ้มกันไหมที่ต้องทุ่มเทขนาดนี้ คุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะน้ำนมแม่ 1 ซีซี มีเม็ดเลือดขาวตั้ง 1-4 ล้านตัว ได้มาติดก้นขวด เอาหยอดปากลูกเท่ากับลูกได้รับภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยม และ ถ้าลูกยอมกลับมาดูดเต้าได้ด้วย ยิ่งเป็นโบนัสที่ยิ่งใหญ่ น่าดีใจยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่เสียอีก

ที่มา - สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ
Read More
loading...