แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำนมแม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วิธีปั๊มนมแม่ ปั๊มนมอย่างไรให้ได้น้ำนมเยอะๆ มาดูกัน

ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่า คุณแม่เป็นคุณแม่ฟูลไทม์หรือทำงานนอกบ้าน ถ้าเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ เน้นดูดเต้าเพราะนมจากเต้ามีประโยชน์มากกว่า ถ้าว่างจริงๆ ค่อยปั๊มนมเพื่อทำสต๊อกไว้บ้าง ไม่ต้องทำสต๊อกเก็บไว้เยอะ ยกเว้นว่าคุณแม่จำเป็นต้องหย่านมเร็วเพราะมีภารกิจต้องกลับไปทำงานที่ไม่สามารถให้นมแม่ต่อได้หรือบางท่านต้องมีลูกคนต่อไปโดยการทำเด็กหลอดแก้วเนื่องจากอายุมากแล้ว ก็จำเป็นต้องมีนมสต๊อกเก็บไว้ใช้หลังจากที่หย่านมเต้าในเวลาอันรวดเร็วกว่าที่คาดคิด

กรณีที่เป็นคุณแม่ทำงานนอกบ้าน หากต้องการประสบความสำเร็จในการให้นมแม่ได้ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และ นมแม่ร่วมกับอาหารเสริม นานจนถึง 2 ปี หรือมากกว่า ควรทราบวิธีการว่าทำอย่างไรจึงปั๊มนมและเก็บนมได้เพียงพอ ระยะเวลาลางานหลังคลอดไม่ได้เป็นปัญหา หากคุณแม่มีความรู้เรื่องปั๊มนมและเก็บนมอย่างถูกต้อง

ต่อไปนี้ คือ เคล็ดลับที่ทำให้ปั๊มนมได้จำนวนมาก และ ปั๊มได้ยาวนาน โดยยังไม่เบื่อ และยังไม่คิดจะเลิกปั๊ม

1. เริ่มปั๊มได้เลยตั้งแต่หลังคลอด ว่างเมื่อไร แทนที่จะนั่งดูทีวี หรือ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือ คุยโทรศัพท์ หรือ เล่นเน็ต แล้วมืออยู่ว่างๆ ให้เอาที่ปั๊มนมมาถือเอาไว้ จะได้เริ่มมีน้ำนมสะสมเตรียมไว้ ที่แนะนำให้ทำกิจกรรมอื่นด้วยขณะปั๊มนม เพื่อให้ไม่เครียด เดี๋ยวน้ำนมจะพาลไม่ไหล อย่าไปจ้องที่ปั๊มนม เดี๋ยวน้ำนมอายแล้วไม่ออกมา

2. ควรใช้เครื่องปั๊มนมแบบ 2 ข้างพร้อมกัน เพราะเวลาที่นมข้างหนึ่งถูกกระตุ้น อีกข้างหนึ่งจะไหลด้วย ช่วยประหยัดเวลา เช่น ถ้าปั๊มทีละข้างนาน 30 นาที จะได้นมเท่ากับปั๊ม 2 ข้างพร้อมกันนาน 10 นาที และเมื่อต้องเสียเวลาปั๊มนมนาน จะทำให้ไม่อยากปั๊มบ่อย เพราะกลัวเสียเวลางาน ถูกคนอื่นมองว่าอู้งานไปปั๊มนมการใช้เครื่องปั๊มนมแบบ 2 ข้าง ถึงแม้จะรู้สึกว่าราคาแพง (หากซื้อเครื่องมือสอง จะได้ราคาถูกกว่า---- แอดมินขอเสริมนิดนะคะ "ขอเสริมเรื่องเครื่องปั๊มมือสองนะคะ บทความนี้ป้าหมอเขียนไว้นานแล้ว สมัยนั้นเครื่องปั๊มนมดีๆ ราคาแพงเป็นหมื่น มือสอง 5-6 พัน ป้าหมอจึงแนะนำมือสอง

คุณแม่ที่จะซื้อมือสองขอให้พิจารณาถึงความเสี่ยงประกอบด้วยนะคะ เพราะมีกรณีตัวอย่างที่ร้านนมแม่เจอมาเยอะคือ

ได้อุปกรณ์ไม่ครบ เครื่องตกหล่น มือสาม มือสี่ก็มี ที่เลวร้ายกว่าคือโอนเงินไปแล้วไม่ได้ของ แทนที่จะเสีย 5200 ได้ของใหม่ตั้งแต่ครั้งแรก เลยต้องเสีย 8700 แถมเสียใจ เสียเวลา เสียความรู้สึกอีกด้วย")

แต่ในระยะยาว จะประหยัดเงินได้มากกว่า เพราะจะปั๊มนมได้มากกว่า ช่วยประหยัดค่านมผง เดือนละ 3-4 พันบาท ไหนจะค่ารักษาเวลาลูกเจ็บป่วยไม่สบาย เพราะเด็กที่กินนมแม่จะป่วยน้อยกว่าเด็กที่กินนมผง 5-10 เท่าแต่บางท่าน การซื้อเครื่องปั๊มนม อาจเป็นเรื่องทำได้ยาก (ยกเว้นว่ามีการผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน เหมือนค่าโทรศัพท์มือถือ หรือ เครื่องใช้อิเล็คโทรนิค) ดังนั้นการฝึกวิธีการบีบมือ หรือ การใช้เครื่องปั๊มนมแบบมือบีบ อาจเป็นทางเลือกที่ดี

อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ดูแลคนไข้ พบว่า แม่ๆ ที่ใช้เครื่องปั๊มแบบ 2 ข้าง มักปั๊มนมเลี้ยงลูกได้นานจนลูกโตมากกว่า แม่ที่ปั๊มนมแบบมือบีบ เพราะเหนื่อยน้อยกว่า และได้ทำงานอย่างอื่นไปพร้อมๆกัน จึงรู้สึกเพลินๆขณะที่ปั๊มนม

3. ช่วงที่ยังไม่กลับไปทำงาน ตอนกลางวัน ให้ใช้สูตร ขโมยปั๊มนมทุกๆชั่วโมง เช่น ลูกดูดเสร็จตอน 10 โมง ให้คุณแม่นอนหรือพักผ่อนประมาณ 1 ชม. แล้วจึงค่อยปั๊มนม 2 ข้างพร้อมกันนาน 10 นาที (ไม่ปั๊มทันทีที่ลูกดูดเสร็จ เพราะจะได้น้ำนมน้อย เนื่องจากลูกเพิ่งดูดไป) ได้นมที่ปั๊มออกมาแล้ว ให้เก็บใส่ตู้เย็น โดยเทออกจากขวดที่ปั๊ม เก็บใส่ในถุงหรือขวดอีกใบ ส่วนขวดที่ปั๊มให้ใช้ถุงพลาสติกครอบส่วนที่เป็นกรวยปั๊ม เพื่อไม่ให้สกปรก แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นเช่นกัน อีก 1 ชม.ให้เอาออกจากตู้เย็นมาปั๊มอีก 10 นาที เอานมที่ได้ไปเทรวมกันได้ภายใน 1 วัน

ส่วนที่ปั๊มนมให้ล้างและนึ่งวันละครั้ง ปั๊มนมได้เรื่อยๆในช่วงกลางวัน การปั๊มเพียง 10 นาทีในแต่ละครั้ง ถึงแม้ว่าลูกจะตื่นมาขอดูด ทันทีที่เพิ่งปั๊มเสร็จ น้ำนมที่เหลืออยู่ในเต้ายังพอเพียงสำหรับลูกแน่นอนค่ะ (สังเกตว่าลูกยังอุจจาระเกิน 2 ครั้งต่อวัน)

ถึงแม้ว่าลูกจะทำท่าหงุดหงิดเวลาที่ดูดนมแม่หลังจากเพิ่งปั๊มเสร็จ ไม่ได้หมายถึง นมแม่ไม่พอ เพียงแต่ไหลช้าลง แต่ไม่นาน ลูกจะปรับตัวเข้ากับความช้าของน้ำนมได้เอง แต่ถ้าคุณแม่ไม่มั่นใจว่า การขโมยนมออกนาน 10 นาที จะเป็นการเอานมออกมากเกินไป อาจเริ่มจากปั๊มนานเพียง 5-7 นาทีก่อนก็ได้ ส่วนเวลากลางคืน หลังจากลูกดูดเสร็จแล้ว หากคุณแม่ยังไม่ง่วงนอน จะปั๊มนมต่ออีก10 นาทีก็ได้ค่ะ ถึงแม้ได้นมไม่มาก แต่ช่วยให้เกลี้ยงเต้าจริงๆ แต่ถ้าแม่ง่วงนอน จะนอนเลยก็ได้ค่ะ ขโมยปั๊มแค่ช่วงกลางวันก็ได้ค่ะ

ในกรณีที่ลูกเป็นเด็กที่ขอดูดนมตลอดเวลาแทบทุกชั่วโมง ทำให้แม่ไม่มีเวลาเหลือพอที่จะขโมยปั๊มนม ให้ใช้วิธีปั๊มนมพร้อมกับขณะที่ลูกดูดนมอีกข้าง โดยถือที่ปั๊มนมนาน 10 นาที ก็เพียงพอ ครั้งต่อไปที่ลูกดูด ให้สลับข้างดูดและปั๊ม

4. เมื่อลูกอายุครบ 1 เดือน ให้เริ่มฝึกให้ลูกดูดนมแม่จากขวด
วันละ 1-2 ครั้งทุกๆวัน ให้ใช้จุกขนาดเล็กเท่านั้น และไม่ต้องเปลี่ยนขนาดจุกเมื่อลูกโตขึ้น เพราะถ้านมไหลเร็ว ลูกจะติดความเร็ว แล้วปฏิเสธการดูดเต้า หรือ แสดงท่าทีหงุดหงิด
เวลาถือขวดนม ควรทำให้ขวดขนานกับพื้นราบ เพื่อให้นมไหลช้าที่สุด ลมเข้าท้องให้คอยจับเรอ ใช้เวลาในการป้อนขวดนาน 20 นาที ไม่ใช่ 2-3 นาที เพราะถ้าดูดเสร็จเร็ว ลูกยังมีความอยากดูดอยู่ จะขยับปากและร้องไห้จะดูดต่อ ทำให้ผู้เลี้ยงเข้าใจว่า ยังกินไม่อิ่ม จึงเติมนมเข้าไปอีก จนล้นออกมา หรือ ใช้นมจนหมดสต๊อก

ปริมาณนมที่ลูกควรกิน คือ ชั่วโมงละ 1 ออนซ์ เช่น ลูกอายุ 1 เดือน กินนมครั้งละ 3-4 ออนซ์ ควรอิ่มนาน 3-4 ชม. ถ้าลูกอายุ2 เดือน กินนมครั้งละ 4-5 ออนซ์ ควรอิ่มนาน 4-5 ชม.

5.เมื่อแม่กลับไปทำงานนอกบ้าน ควรปั๊มนมทุก 2-3 ชม.
จะช่วยรักษาระดับการสร้างน้ำนมให้คงที่ ไม่ลดลง แต่ถ้าปั๊มห่างกว่า 3 ชม. ปริมาณน้ำนมจะลดลง ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรปั๊มนมที่โต๊ะทำงาน และใช้ผ้าคลุมสวมทับ โดยใช้แขนเพียงข้างเดียวดันที่ปั๊มนมทั้ง2 ข้าง ส่วนอีกข้างยังทำงานได้

ผู้เลี้ยงดูลูก ควรใช้นมแม่อย่างประหยัด คือ ไม่เกินชม.ละ 1 ออนซ์ เช่น ถ้าแม่ไม่อยู่บ้าน 12 ชม. ควรใช้นมสต๊อกไม่เกิน 12 ออนซ์ เพราะถ้าลูกกินนมสต๊อกมากเกินไป เมื่อแม่กลับจากที่ทำงาน ลูกจะอิ่มแล้ว ไม่อยากดูดเต้าอีก ถ้าลูกไม่ได้ดูดเต้าบ่อยพอ การสร้างน้ำนมจะลดลง ลูกบางคน กินนมสต๊อกน้อยมาก เพราะรอแม่กลับจากที่ทำงาน รอดูดเต้า ทำให้ช่วงกลางคืน ตื่นกินนมบ่อย ข้อดี คือ ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมได้ดี เพราะฮอร์โมนจะหลั่งดีตอนกลางคืน แต่ข้อเสีย คือ แม่อาจไม่ไหว เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ถ้าไหว ก็ให้ลูกดูดไปเถอะค่ะ เพราะถ้าลูกหลับยาวช่วงกลางคืน แล้วคุณแม่ไม่ได้ตื่นขึ้นมาปั๊มนม หลับยาวตามลูกไปด้วย จะทำให้น้ำนมลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจมีปัญหาเต้านมคัดเต้าจนอักเสบตามมา

การที่ลูกตื่นดูดกลางคืนบ่อย ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับสุขภาพของลูกค่ะ ทั้งเรื่องฟันและโกร๊ทฮอร์โมน ให้แปรงฟันลูกให้สะอาดก่อนเข้านอน ไม่ให้กินของหวาน พาไปตรวจฟันเป็นประจำ เรื่องโกร๊ทฮอร์โมนก็ไม่ต้องกังวลเพราะลูกตื่นมากินนมเป็นช่วงที่ลูกหลับตื่น ไม่ใช่ช่วงหลับลึกที่โกร๊ทฮอร์โมนหลั่ง

ส่วนวันที่แม่อยู่บ้าน ควรเอาลูกเข้าเต้าดูดทุกครั้ง แล้วขโมยปั๊มนมเพื่อสะสมทำเป็นสต๊อก ไม่ใช่ปั๊มนมได้แล้ว เอามาใส่ขวดให้ลูกดูด เพราะการกระตุ้นโดยลูกดูดจะช่วยสร้างน้ำนมมากกว่าการใช้เครื่องปั๊ม

ที่มา-เพจป้าหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ
Read More

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

10 ข้อดีของการให้นมลูกจากเต้า

จากการวิจัยพบว่าทารกที่ได้นมแม่แข็งแรงกว่าเด็กที่ได้นมผง เพราะนมแม่มีภูมิต้านทานโรคและสารอื่นๆที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค วันนี้จะขอยกตัวอย่างข้อดีของการให้นมลูกจากเต้ามาสัก 10 อย่างค่ะ


นมแม่เป็นสารอาหารที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อลูกของเราที่สุด

จะหานมอะไรที่ปลอดภัยและได้สารอาหารที่ร่างกายต้องการเทียบเท่านมแม่ไม่มีอีกแล้ว ต่อให้เทคโนโลยีของมนุษย์จะก้าวไกลไปแค่ไหน ก็ไม่อาจจะเลียนแบบนมสังเคราะห์ใดๆ หรือนมจากสัตว์อื่นๆ ที่ทั้งปลอดภัย และมีสารอาหารได้เสมอเหมือนนมแม่อีกแล้วในโลกนี้

เด็กที่เติบโตมาจากการกินนมแม่ แข็งแรงกว่าเด็กที่กินนมวัว

เพราะในน้ำนมแม่ทุกหยด กลั่นมาจากภายในร่างกายของแม่เอง ภูมิต้านทานต่างๆ ในตัวของแม่ จะถูกถ่ายทอดผ่านน้ำนม เมื่อลูกได้กินนมแม่ก็จะได้รับภูมิต้านทานต่างๆ ไปด้วย ซึ่งนมวัวหรือนมสังเคราะห์อื่นๆ จะไม่มี ภูมิต้านทาน

หมดปัญหาลูกท้องผูก

เพราะนมแม่นั้นย่อยง่าย ทำให้ลูกไม่ต้องทรมานกับอาการท้องผูก แต่หากลูกของเรากินนมวัวหรือนมประเภทอื่นจะพบปัญหาท้องผูกได้มากกว่า

หมดปัญหาเรื่องลูกอ้วนเกินไป

เคยเห็นเด็กทารกตัวอ้วนจ้ำหม้ำน่ารักใช่ไหมค่ะ แต่บ่อยครั้งเด็กแรกเกิดที่เราเห็นอ้วนจ้ำหม้ำน่ารักนั้นก็มีน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน สาเหตุมาจากการเลี้ยงลูกด้วยนมวัวหรือนมสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ นั้นเอง ในขณะที่การ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ลูกของเราจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเกินเลย น้ำหนักตัวของลูกจะเป็นไปตามมาตราฐานของเด็กในแต่ละวัยแบบธรรมชาติ

โอกาสเกิดผื่นผ้าอ้อมน้อยกว่า

ผื่นผ้าอ้อมเกิดจากความอับชื้น และเกิดปฏิกริยาของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งกรณีที่เราเลี้ยงลูกด้วยนมวัวนั้น ของเสียของลูกจะมีเชื้อแบคทีเรียมากกว่า เมื่อมารวมกับความอับชื้น (จากการใส่ผ้าอ้อม) ผิวของลูกจะเกิดอาการ ผื่นแดงๆ (จึงเรียกว่าผื่นผ้าอ้อม) ซึ่งหากเราเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ของเสียของลูกจะมีเชื้อแบคทีเรียน้อยกว่ามาก โอกาสที่ลูกจะต้องทรมานกับอาการผื่นผ้าอ้อมก็จะลดลงด้วย

สานสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก

การให้ลูกได้ดูดนมจากอกแม่เอง เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มีแต่แม่ที่เคยให้ลูกดูดนมจากอกตัวเองเท่านั้นถึงจะบรรยายความรู้สึก ความสุขใจ ที่เกิดขึ้นในตัวของแม่คนนั้นได้เอง นอกจากนั้นตลอดเวลาที่ลูกดูดนม จากอกแม่ ลูกก็จะมองหน้าแม่ของตัวเอง ซึ่งช่วงเวลาที่ให้นมลูกนั้น เป็นช่วงเวลาที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะแม่ลูกจะได้สบตา ได้พูดคุย ได้แสดงความรักต่อกัน ทำให้ลูกสามารถรับรู้ได้ว่าแม่ของเขารักเขามากแค่ไหน นอก จากนั้นการที่ลูกดูดนมจากอกของแม่บ่อยๆ จะทำให้ลูกจำกลิ่น เสียง หน้าตา และสัมผัสต่างๆ ของแม่ได้เร็วกว่าเด็กที่กินนมจากขวดนม

ร่างกายของแม่จะผอมเร็วกว่า

หลังจากคลอดลูก ร่างกายของคุณแม่แม้ว่าจะน้ำหนักลงไปบ้าง แต่ระบบภายใน รวมถึงมดลูกอาจจะยังไม่เข้าที่เท่าที่ควร การเลี้ยงลูกโดยให้ลูกดูดนมแม่จากอกนั้น จะช่วยกระตุ้นร่างกายของแม่ให้หลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง (ซึ่งจะออกมาเฉพาะตอนที่ให้ลูกดูดนมแม่เท่านั้น) โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยให้มดลูกหดตัวเข้าที่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นการที่ร่างกายต้องผลิตนมแม่จะช่วยเผาผลาญไขมันต่างๆ ตามหน้าท้องออกไปด้วย ทำให้รูปร่าง ของแม่ที่เพิ่งคลอดลูก กลับมาผอมเพรียวได้เร็วกว่าแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัว โดยเฉลี่ยแล้วการที่เลี้ยงลูกเอง ให้ลูกกินนมจากอกแม่เอง น้ำหนักตัวของแม่จะลดลงเฉลี่ยเดือนละ 1-2 กิโลกรัม ซึ่งหากเราให้ลูกกินนมแม่ตลอด 6 เดือนแรกหลังคลอด น้ำหนักตัวและรูปร่างของคุณแม่ก็จะเข้ารูปและเกือบจะกลับมาเป็นปกติ

เป็นอาหารที่สะดวกที่สุดสำหรับลูกตลอด 24 ชม.

นมแม่เป็นแหล่งเติมพลังของลูกน้อยของเราที่สามารถให้ลูกกินได้ตลอด 24 ชม. เมื่อไรที่ลูกหิว เราก็สามารถให้ลูกกินนมจากอกของเราได้ทันที ไม่ต้องพกขวด น้ำร้อน นมผง ฯลฯ ให้ยุ่งยาก สะดวกและรวดเร็วทันใจ ลูกที่สุดแล้วละค่ะ

เป็นนมอุ่นๆ พร้อมดื่มได้ตลอดจากอกแม่

คุณสมบัติที่พิเศษที่หานมอื่นๆ ในโลกนี้ไม่ได้อีกแล้วนั้นคือ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น แม่ไม่ต้องกังวลว่านมแม่นั้นจะร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไปสำหรับลูก เพราะนมแม่ที่ออกมาจากเต้านั้น จะมีอุณหภูมิที่พอเหมาะกับ ลูกของเราทันที หากเลี้ยงลูกด้วยนมวัว เราคงต้องตรวจสอบก่อนเสมอว่านมที่ผสมนั้นจะร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไปหรือไม่

ไม่ต้องเสียเงินค่านมแพงๆ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ

ค่านมผงชนิดต่างๆ นั้น ปัจจุบันราคาถีบตัวสูงมากขึ้น ไหนจะค่าขวดนม ค่าน้ำยาล้างขวดนม อุปกรณ์ล้างขวดนม ฯลฯ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะหมดไปหากเราเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เพราะนมแม่กลั่นมาจากร่างกายของแม่เอง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ อีก

นอกจากนั้น การที่ลูกดูดนมแม่ยังส่งผลช่วยลดน้ำหนักตัวของแม่หลังคลอดได้ ช่วยไม่ให้มีปัญหาตกเลือดเพราะมดลูกบีบตัวดีขึ้น สร้างความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเองของความเป็นแม่
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

13 สาเหตุที่ทำให้ น้ำนมแม่น้อย

สาเหตุที่ทำให้ ‪#‎น้ำนมน้อย‬ 13 ประการ


1. เสริมนมอื่น ไ่ม่ว่าจะเป็น ‪#‎นมผง‬ หรือนมของแม่คนอื่น ทั้งด้วยวิธีป้อนขวดหรือป้อนแก้ว เพราะทำให้ลูกดูดเบา กระตุ้นน้อย น้ำนมแม่ก็จะน้อยค่ะ
2. เสริมอาหารอื่นก่อน 6 เดือน ทำให้อิ่มและลดการดูดกระตุ้น
3. ไม่ให้ลูกดูดบ่อย (ทุก 2-3 ชม.) แยกแม่ลูก หรือพยายาม "ฝึก" ทั้งที่ไม่จำเป็นและไม่ควรฝึกให้กินนมแม่ตามเวลา ไม่จำเป็นต้องจับเวลา
4. แม่ทานอาหารไม่เพียงพอ อดอาหาร ลดความอ้วนด้วยการอดข้าว
5. แม่ขาดน้ำ
6. แม่เลือดจาง มีผลให้สร้างน้ำนมน้อยได้ คุณแม่ที่รู้ว่าตัวเองมีภาวะซีดก็ควรทานเม็ดธาตุเหล็กนะคะ
7. แม่ทานยาคุมที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจน
8. ลูกดูดไม่ถูกวิธี อาจมีผังผืดใต้ลิ้น ฯลฯ แม่รู้สึกเจ็บ ลูกฉี่น้อยและสีเข้ม
9. ปล่อยให้เต้าคัดนานๆ ไม่บีบออก
10. ความเครียดของแม่
ทำให้น้ำนมไหลช้า แต่ไม่ถึงกับลดฮ่วบ 11. มี ‪#‎ประจำเดือน‬
เมื่อดูดนมห่างขึ้น ปจด. จะมาไดัค่ะ น้ำนมจะลดเล็กน้อยในช่วงนี้ ให้ดูด/ปั๊มนมตามปกติ น้ำนมจะเพิ่มกลับมาค่ะ 12. ทานสมุนไพร ‪#‎ขับน้ำคาวปลา‬ ยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล
13. ทานยาแก้แพ้ ‪#‎CPM‬ หรือ ยา ‪#‎pseudoephedrine‬ ติดต่อหลายวัน กดารสร้างน้ำนม
13 เป็น unlucky number แต่เนื่องจากนมแม่ไม่ขึ้นอยู่กับโชค ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับตัวและหัวใจของเราล้วนๆ ค่ะ ถ้าลูกฉี่เกิน 6 ครั้งต่อวันแสดงว่าได้น้ำนมพอแล้วนะคะ เดือนแรก ใจต้องสู้ค่ะ รับรองว่าเดือนต่อไปจะง่ายขึ้น ลูกจะยิ้มให้ หายเหนื่อยเลยค่ะ
แล้วแบบไหนเรียกว่า "น้ำนมน้อย"?
"น้ำนมไม่พอ" หลายๆ ครั้งไม่ใช่น้ำนมไม่พอหรอกนะคะ ตัวอย่างเช่น...
ทารกแรกเกิด - 3 เดือน

>> ดูดนมแทบจะตลอดเวลา / ก็เพราะกระเพาะยังเล็ก และลูกก็ยังเคยได้อาหารแทบจะตลอดเวลาเมื่ออยู่ในครรภ์ >> ลูกไม่นอน ตื่นกลางคืน หลับกลางวัน / ก็เพราะลูกเคยดิ้นบ่อยตอนกลางคืน ยังต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเป็นเดือนค่ะ >> วางไม่ได้ วางเป็นร้อง / ก็เพราะลูกเคยอยู่ในครรภ์ของแม่ ที่อุ่นและโอบรัดกายตลอด 9 เดือน พอ 1-2 เดือน เริ่มไม่อึเพราะลำไส้ทำงานดีขึ้น >> หรือว่านมไม่พอ? (ไม่ใช่นะคะ) เพราะว่าลูกดูดได้นมส่วนหลังมากขึ้น และลำไส้ก็ทำงานดูดซึมได้ดีมากขึ้นค่ะ พอ 2-3 เดือนเริ่มเจอกำปั้นตัวเอง เอามือเข้าปาก น้ำลายมาก แลบลิ้น >> สงสัยหิว หรือว่านมไม่พอ!? / เพราะฟันน้ำนมซี่แรกใกล้ขึ้นแล้วค่ะ อายุ 3-4 เดือน >> เริ่มตื่นบ่อยตื่นมาร้องจ๊ากๆ / เพราะฟันจะขึ้นตอนกลางคืนเวลาหลับสนิทค่ะ น้องจึงตื่นมางอแง >> บางครั้งดูดนมแม่ซักพักแล้วงอแง ดูดๆ ปล่อยๆ หรือดูดๆ บ่นๆ / เพราะน้ำนมพุ่งแรงค่ะ ให้ปั๊มออกบางส่วนหรือคว่ำหน้าดูด >> หลายครั้งเลย (เศร้า) ที่ลูกดูดนมแม่ไม่เป็น โดนป้อนขวดตั้งแต่ที่รพ. เจอนมแม่แล้วไหลไม่ทันใจ มีน้ำนมค่ะ แต่ต้องแก้ติดจุกนะคะ เห็นไหมคะ นี่เป็นเพียง 1 ประเด็น "น้ำนมไม่พอ" แต่มีสาเหตุเยอะไปหมดที่พร้อมอธิบายได้ว่า ไม่ใช่น้ำนมไม่พอค่ะ และขอบอกว่า สิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าลูกได้น้ำนมไม่พอคือ
*** ฉี่ไม่ถึง 6 ครั้งใน 24 ชม. ***
และไม่ใช่เพราะแม่ไม่มีน้ำนมนะคะ แต่เป็นเพราะน้ำนมถูกเอาออกจากเต้าได้น้อย (ต่างกันนะคะ) ด้วยการที่
1) ลูกดูดผิด อมไม่ลึกพอ อุ้มผิดท่า
2) ลูกมีพังผืดใต้ลิ้นทำให้ดูดได้ไม่ดีนัก
3) ลูกนอนยาวไป มื้อนมไม่พอ (ทารกแรกเกิดควรได้ประมาณ 10 มื้อต่อวันค่ะ)
น้อยคนมากๆ ที่ให้ลูกดูดกระตุ้นตลอดแล้วจะ "น้ำนมไม่พอ" (ปัญหาฮอร์โมนผิดปกติซึ่งหายากมากค่ะ) ส่วนใหญ่เป็นเพราะความเข้าใจผิดหรือปฏิบัติผิดทั้งสิ้นค่ะ
Read More

20 ข้อเหล่านี้ แม่ให้นมลูกอยู่ทาน/ทำ ได้หรือไม่

ให้นมลูกอยู่ เหล่านี้ทาน/ทำ ได้หรือไม่?


 1.ยาคุม แนะนำยาคุม exluton ไม่ทำให้น้ำนมลดค่ะ ตามนี้นะคะ >>http://goo.gl/tLh7W

2.ยาลดความอ้วน ไม่แนะนำค่ะ เพราะแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางตัวมีสเตียรอยด์ กดภูมิคุ้มกัน บางตัวทำให้ใจสั่น บางตัวทำให้ถ่ายท้อง บางตัวกระทบน้ำนมทำให้น้ำนมลด บางตัวทำให้เราแพ้ ทำให้ลูกแพ้ได้ค่ะ * ถ้าอยากลดน้ำหนัก แนะนำให้งดของทอด งดน้ำหวาน ลดแป้งมื้อเย็น รับรองเห็นผลภายใน 2-4 อาทิตย์ ผิวพรรณก็จะสวยขึ้นด้วยค่ะ

3. ทำฟัน เข้าคลีนิกทำหน้า ทำฟันได้ค่ะ ฉีดยาชา ถอนฟัน ถอนฟันคุด ขูดหินปูน ทานยาแก้ปวด-ยาปฏิชีวนะได้ (ถ้าจำเป็น) เลเซอร์หน้า ไม่กระทบน้ำนมค่ะ

4 .คอลลาเจน กลูต้า ยาตัวขาวต่างๆ คอลลาเจน มีอยู่ในเนื้อสัตว์ทั่วไปค่ะ การทานเนื้อสัตว์ไม่ทำให้ตัวขาว แต่เราจะได้โปรตีนที่จะร่างกายนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอค่ะ ส่วนกลูต้า ทำให้เม็ดสีไม่ทำงาน ภูมิต้านทานผิวหนังลดลง เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังและตาบอดค่ะ http://blog.eduzones.com/wigi/86667

5 .ยารักษาสิว ไม่แนะนำ ถ้าเป็นยาที่เป็นฮอร์โมนรวม ที่มีเอสโตรเจนและโปรเจสโตรเจน พวกนี้น้ำนมลดฮวบค่ะ ถ้าเป็นยาทารักษาสิว ใช้ได้ค่ะ

6 .ปลาดิบ ทานได้ค่ะ ถ้าสดสะอาด และถ้าลูกเราไม่แพ้ปลาทะเลนะคะ

7 .น้ำเย็น ทานได้ค่ะ ไม่ทำให้น้ำนมลดน้อยแต่อย่างใด

8 .ผัก #ผลไม้ ทานได้ค่ะ สังเกตดูว่าน้องไม่แพ้ บางคนแพ้แอปเปิ้ลและสตรอเบอร์รี่ บางคนแพ้ข้าวโพด (ถ้าแม่ทาน) บางคนแพ้กะทินะคะ

9.ส้มตำ ทานได้นะคะ ขอให้ร้านปรุงใหม่และสะอาด ระวังถั่วลิสงและกุ้งแห้ง เด็กเล็กๆ อาจจะแพ้โปรตีนทำให้ท้องอืดโยเยค่ะ ปลาร้าต้มแล้ว ถ้าลูกไม่แพ้โปรตีน แม่ก็ทานได้ค่ะ ขอให้ปรุงสดสะอาดนะคะ สำคัญที่สุด

 10 ชา กาแฟ น้ำอัดลม ชา-กาแฟ ทานได้เล็กน้อย ถ้าไม่ได้ทานมานาน อาจจะทาน 1/4 ถึง 1/2 แก้วก่อน เพราะคาเฟอีนส่งผลให้ลูกตาค้าง นอนยากขึ้นกว่าปกติค่ะ น้ำอัดลม ทานได้ ไม่ทำให้ลูกท้องอืดค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ทานบ่อยๆ เพราะน้ำอัดลมมีค่าเป็นกรด จะดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูก ส่งผลให้กระดูกบาง มวลกระดูกลดลง แถมจะทำให้อ้วน น้ำหนักไม่ลดสักที ติดหนึบอยู่ที่ต้นขาและหน้าท้องค่ะ

11. ทาน รสเผ็ด ได้ สาร capsicin ที่ทำให้เรารู้สึกเผ็ดละลายอยู่ในไขมันของน้ำนมแม่ จึงไม่ไปเกาะที่ปลายประสาทที่ลิ้นลูก ลูกก็จะไม่รู้สึกเผ็ด การที่แม่ทานอาหารรสชาติหลากหลายและจัดจ้าน ทำให้น้ำนมเปลี่ยนรสชาติบ่อยๆ ลูกก็จะเป็นเด็กที่ตอบรับกับอาหารเสริมใหม่ๆ ได้ดีขึ้นค่ะ อันนี้ง่ายวิจัยของฝรั่ง ให้ทานกระเทียมค่ะ กลุ่มที่แม่กินกระเทียม ลูกก็จะกินนมนานขึ้น เหมือนจะอร่อยขึ้นค่ะ

12. ดัดผม #ยืดผม #ทำสีผม ได้ #ทาเล็บ ได้ค่ะ แนะนำให้ใช้น้ำยาที่กลิ่นไม่แรง และระวังอย่าให้สารเคมีเปื้อนที่บริเวณหน้าอกค่ะ

13. ทาน #วิตามินรวม น้ำมันปลา แคลเซี่ยมเม็ด ทานได้ค่ะ แต่ใครที่ท่อน้ำนมตันบ่อยๆ หัวข้อนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ท่อน้ำนมตัน เต้าเป็นก้อนได้ค่ะ

14. ครีมทาผิว บำรุงผิว เครื่องสำอาง ใช้ได้ค่ะ ระวังอย่าให้เนื้อครีมสัมผัสลูกโดยตรง เราไม่แพ้แต่ลูกอาจแพ้ค่ะ

15. ยารักษาโรค ส่วนมากทานได้ค่ะ ตัวยาออกทางน้ำนมน้อยมากเพียง 1% แนะนำให้ตรวจสอบจากเว็บนี้ www.e-lactancia.org

16. วัคซีน และเซรุ่มทุกชนิด แม่ให้นมฉีดวัคซีนและรับเซรุ่มได้เหมือนบุคคลทั่วไปค่ะ

17. แอลกอฮอล & ยาดองเหล้า ไม่ควรทานค่ะ เพราะแอลกอฮอลผ่านทางน้ำนมไปหาลูกได้ ตับของลูกน้อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพิ่มความเสี่ยงภาวะตับวาย

18. ยาชักมดลูก ไม่ควรทานเพราะมีผลให้น้ำนมลดค่ะ

19. ผลไม้รสเปรี้ยว & ผักบางชนิด อันนี้แล้วแต่คน หลายคนแพ้ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ค่ะ สตรอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แม่ทานแล้วลูกอาจแพ้ บางครั้งมีเคสแม่ทานข้าวโพดแล้วลูกแพ้นะคะ รอลูกครบขวบค่อยให้ลองทานค่ะ

20. โปรตีนกลุ่มเสี่ยง (นมเนย-ถั่ว-ไข่-แป้งสาลี-อาหารทะเล) แล้วแต่คนค่ะ สำหรับแม่ท้อง อย่ากระหน่ำทานกลุ่มนี้เพราะโปรตีนเหล่านี้กระตุ้นและเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกในครรภ์แพ้ง่าย สำหรับแม่ให้นม ลองสังเกตดู ถ้าน้องมีอาการแพ้ (ทางผิว/ทางเดินอาหาร/ทางเดินหายใจ) ก็งดทานซักพัก เมื่อลูกโตขึ้น ลำไส้แข็งแรงขึ้น ร่างกายอาจรับโปรตีนเหล่านี้ได้ดีขึ้นค่ะ
ทานให้พอดีๆ ให้ได้สารอาหาร 5 หมู่เพื่อบำรุงร่างกายแม่นะคะ
ช่วงนี้บทความที่กล่าวว่า "คุณค่าและปริมาณ" ขึ้นอยู่กับอาหารของแม่นั้น #ไม่จริงนะคะ คุณค่านมแม่ ดีของมันอยู่แล้วค่ะ
ถามนิดเดียวค่ะ: แม่วัวไม่กินนมวัว แล้วนมวัวจะมีคุณค่าหรือไม่? (ไม่ต้องกินนมวัว เพราะกลไกธรรมชาติจะดึงสารอาหารจากแม่วัวมาผลิตนมวัว แม่วัวก็กินหญ้าตามปกติในปริมาณมากขึ้นค่ะ)
ตามนี้นะจ๊ะ สาวๆ
Read More

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การให้นมแม่ช่วยพัฒนาสมองได้อย่างไร

สมองของทารกแรกเกิดมีขนาดเพียง1/4 ของสมองผู้ใหญ่เท่านั้น ทารกต้องการการเลี้ยงดูและสารอาหารที่เหมาะสมในช่วงอายุ3ปีแรก เพื่อให้สมองมีการเจริญพัฒนาเต็มที่ตามศักยภาพของแต่ละคน โครงสร้างสมองแบ่งเป็นส่วนๆตามการทำหน้าที่ สมองชั้นนอก สมองส่วนหน้า สมองส่วนหลัง สมองชั้นในและก้านสมอง เซลล์ประสาทในสมองจำนวนนับล้านล้านเซลล์มีการติดต่อสื่อสารส่งสัญญาณกัน ผ่านเส้นใยประสาท เกิดเป็นวงจรในสมองมากมาย นมแม่มีส่วนช่วยพัฒนาสมองลูก เพราะ



 1.การอุ้มลูกขึ้นมาดูดนมแม่ทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของทารกได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่กินนมแม่ 
2. เมื่อแม่อุ้มลูกขึ้นดูดนนมแม่ มีการส่งสัญญาณประสาทที่ผิวหนัง ที่ดวงตา ที่หู ลิ้น. ทุกส่วนล้วนสัมพันธ์กัน ทำให้ทารกมีปฏิกริยาสนองตอบ เกิดวงจรประสาทใหม่ๆขึ้นตลอดเวลา 
3. สารอาหารในน้ำนมแม่มีส่วนช่วยสร้างเส้นใยประสาท เปรียบเทียบเส้นใยประสาทกับสายไฟฟ้า. สายไฟฟ้า จะมีฉนวนหุ้มอยู่ข้างนอกเพื่อให้ส่งไฟฟ้าได้ดี เส้นใยประสาทก็เช่นกันมีแผ่นไขมันหุ้มอยู่โดยรอบ เพื่อให้การส่งสัญญาณประสาทมีประสิทธิภาพ 

สารอาหารในน้ำนมแม่นี่แหละที่ช่วยการสร้างแผ่นไขมันนี้ :

Cholesterol. DHA และไขมันอื่นๆช่วยกันสร้างแผ่นไขมัน (myelin sheath) Sialic acid ในรูปของ ganglioside พบสูงมากที่บริเวณเชื่มต่อของปลายประสาท น้ำนมแม่มีกรด Sialic สูงถึง 0.3-1.5mg/ml Taurine. เป็นกรดอะมิโนอิสระที่พบมากที่สุดในน้ำนมแม่ ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ประสาท ช่วยฟื้นฟูจอประสาทตา สารอาหารที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ยังมีสารประกอบอีกมากมายในน้ำนมแม่ ที่ประสานการทำงาน และรวมพลังกัน ไม่ได้มีตัวใดตัวหนึ่งเป็นพระเอก ดังนั้น การที่นมผงกล่าวว่า ได้เติมสารนั้นนี้ตามที่มีในน้ำนมแม่ ก็ไม่ได้แปลว่า สารเหล่านั้นจะทำงานได้เหมือนในน้ำนมแม่ เพราะ ขาดส่วนประกอบอื่นอีกมากมายที่จะมาทำงานด้วยกัน เรื่องนมแม่ ไม่มีใครเป็นฮีโร่เพียงคนเดียวค่ะ เราช่วยเหลือ ร่วมกันทำงาน จึงเกิดเป็นพลังขึ้นมาได้ สารอาหาร และส่วนประกอบในน้ำนมแม่ ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกันจนเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกของเราค่ะ

ที่มา -- มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
Read More

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

คุณแม่มือใหม่ควรอ่าน! การปั๊มนมและการเก็บนมที่ปั๊มได้

สวัสดีค่ะ คุณแม่มือใหม่ทุกท่าน คือว่าวันนี้จะมาเล่าถึงการเก็บนมที่ปั๊มได้และการปั้มนมอย่างไร หลังจากที่คราวที่แล้วเราพูดถึง เก็บรักษาน้ำนมแม่อย่างไร ให้อยู่ได้นานที่สุด คราวนี้ก็ขอพูดถึงการปั๊มนมและการเก็บนมที่ปั๊มได้กันดีกว่านะค่ะ



ก่อนอื่นเรามาดูกันว่านมแม่ดียังไงกับลูก ดังนี้ค่ะ

1. น้ำนมแม่นั้นย่อยง่าย ทำให้ลูกไม่ท้องอืด

2. น้ำนมแม่มีภูมิต้านทานโรค สังเกตุได้ว่าลูกที่กินนมแม่นั้น จะไม่ค่อยเจ็บป่วยเป็นโรคอะไร เพราะเค้าได้ภูมิคุ้มกันจากแม่ไปคะ

3. นมแม่ถูก หรือทานฟรี ไม่ต้องเสียเงินซื้อนมชงที่มีราคาแพง ซึ้งเด็กบางรายที่ทานนมชงแล้วสามารถอาจยังทำให้เกิดอาการแพ้ได้

4. คุณแม่ที่ให้นมลูกทาน จะทำรูปร่างเข้าที่เร็วกว่าปกติคะ  คือประมาณภายใน 4 – 5 เดือนคะ

5. น้ำนมแม่ยืดโอกาสที่ลูกจะภูมิแพ้ให้ช้าขึ้น เพราะโปรตีนนมแม่เด็กจะไม่แพ้คะ

วิธีการปั๊มนม

การปั๊มนมเพื่อเก็บเป็น stock เอาไว้ให้ลูกทานนั้น จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความอดทน พยายาม ของคุณแม่เองนะค่ะ มีคำถามว่าต้องปั๊มเท่าไหร่ ถึงจะพอ คำตอบ ตอบยากมาก

คุณแม่บางท่าน อยากให้ลูกทานนมแม่ล้วนเลย ไม่มีทานนมผสมเลย ก็ปั๊มเยอะมากค่ะ ประมาณวันละ 30 OZ  อายุ 7 เดือน ก็เลิกปั๊ม ทำให้มีนมพอทาน 5 เดือน จนครบปี ซึ่งตอนนี้คุณแม่ แต่ละท่าน ต้องคำนวณกันเองว่า วันหนึ่งลูกเรากินกี่ OZ แล้วต้องเก็บ stock เท่าไหร่ถึงจะพอ ถ้าขยันปั๊มเก็บ ก็เลิกปั๊มได้เร็วหน่อยค่ะ แต่ถ้าไม่ขยันปั๊มเก็บก็ต้องปั๊มนานหน่อย อันนี้ก็อย่างที่บอกค่ะ แล้วแต่ความพยายามของแต่ละคนนะค่ะ

1. การปั้มนมเก็บ ให้เริ่มให้เร็วที่สุดคะ พูดง่าย ๆ ถ้าผ่าคลอดเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกตัว พอพยาบาลเอาลูกมาดูดกระตุ้นแล้วให้เริ่มปั้มหลักงจากที่ลูกดูดเลยคะ ถึงแม้จะไม่มีน้ำนมก็ไม่เป็นไรคะ เค้าเรียกว่า “ปั้มลม” ปั้มทุก 2 ชม. ครั้งละ ประมาณ 20 นาทีทั้ง 2 ข้างคะ ส่วนตอนกลางคืน ทุก 3 ชม. ครั้งละ 20 นาทีเหมือนกัน ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนนมเริ่ม “establish” ก็คือ พอลูกดูดนมข้างหนึ่ง น้ำนมอีกข้างหนึ่งก็เริ่มไหลค่ะ การปั๊มนมแบบนี้ ไม่ต้องกลัวคนอื่นด่านะค่ะ ว่าไม่มีน้ำนมแล้วปั๊มทำไม เราปั๊มนมก็เพื่อเป็นการบอกเต้านมคะว่า “เธอต้องผลิตนมเพิ่มนะ นมฉันยังไม่พอ” เพราะถ้าไม่ปั้มต่อ เราจะมีนมแค่พอลูกกิน แต่จะไม่เหลือนมไว้เก็บเป็น stock คะ ก็จะมีคำถามว่า ทำไมต้องมี stock ด้วย ก็เพราะ ถ้าไม่มี stock นมไว้ เวลาคุณจะไปไหนก็จะไปไม่ได้ เพราะคุณจะต้องรีบกลับมาให้ทันเวลาลูกดื่มนม หรือไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องเอาลูกไปด้วย แต่ถ้ามี stock คุณก็ให้คนอื่น อุ่นนมให้ลูกดื่มได้คะ

2. พอนม establish แล้ว เราจะเริ่มยืดเวลาในการปั๊มให้ห่างออกไปจากทุก 2 ชม. ตอนเช้า และ 3 ชม. ตอนกลางคืน เป็น 3-4 ชม. ตอนเช้าหรือ 4-5 ชม.ตอนกลางคืนก็ได้  อันนี้ก็แล้วแต่คุณแม่แต่ละท่านคะ พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งคุณให้ลูกดูดนม แล้วก็ปั๊มเก็บมาก เต้านมก็จะผลิตนมมากตามไปด้วยคะ และน้ำหนักคุณแม่ก็จะลดลงเร็วนะคะ เวลาปั๊มนมก็ปั๊มพร้อมกัน ทั้ง 2 ข้างเลยจนรู้สึกว่าน้ำนมหมดเต้าแล้วจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็แล้วแต่คนคะ บอกไม่ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่า น้ำนมยังไม่หมดเต้า แต่ปั้มแล้วไม่ออก ให้ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบี้ที่หัวนมจนกระทั้งมีน้ำนมไหลออกมา ก็เริ่มปั๊มต่อได้คะ รับรองปั๊มครั้งนี้ไหลดีเหมือนเดิม



วิธีการเก็บนม จากที่เคยบอกไปแล้วนะคะ ว่าอุปกรณ์เก็บนมมีทั้งแบบขวดและแบบถุง คราวนี้ก็จะพูดถึงวิธีเก็บกันบ้าง

1. ในวันแรกที่เริ่มปั๊มน้ำนมอาจจะได้แค่ 1 OZ หรือน้อยกว่าก็ให้เอานมที่ปั๊มได้ใส่ขวดเก็บนมเอาไว้โดยเขียน วัน และเวลา เอาไว้ค่ะ อย่าลืมเอาเข้าช่อง freez พอถึงรอบที่ต้องปั๊มต่อไปก็อาจจะได้แค่ 0.5 OZ ก็เอาแค่นั้น เทใส่ลงไปในขวดเดิม ให้น้ำนมแข็งเป็นชั้นๆ กับไปไม่เป็นอะไรคะจนกว่าจะเต็มขวด แต่อย่าเต็มขวดมากนะคะเพราะ ของเหลวจะขยายตัวเมื่อแข็งตัวคะ แล้วจะทำให้ขวดแตก เก็บอย่างนี้ไปเรื่อย

*ข้อควรจำ 1 ขวดที่จะเอานมมาเก็บนั้นจะเทใส่ซ้ำได้ภายใน 24 ชม. นะค่ะ* เช่น ถ้าเริ่ม วันที่ 1 ตอน 8 โมง เราก็จะเอานมที่ปั๊มได้เทใส่กี่ครั้งก็ได้แต่ ห้ามเกิน วันที่ 2 ตอน 8โมง ค่ะ*

2. เก็บใส่ถุงน้ำนม ถุงส่วนมากจะจุได้ประมาณ 6 OZ ค่ะ แต่หญิงแนะนำให้เก็บมากสุด 5 OZ คะ เพราะถ้ามากกว่านั้นถุงอาจรั่วได้ ถุงเก็บน้ำนมไม่แนะนำให้เอานมที่ปั๊มได้ในครั้งต่อไปมาเทซ้ำ เหมือนขวดเก็บน้ำนมนะคะ เพราะน้ำนมเมื่อ freeze แล้วเวลาแกะถุงออกถุงอาจขาดได้คะ เพราะฉะนั้นถ้าเก็บไว้ 2 OZ ก็เขียนหน้าถุงไว้แค่ 2 OZ คะ ถ้าลูกไม่พอกิน ก็เอาถุงใหม่มาละลายให้ลูกทานเพิ่ม

ระยะเวลาในการเก็บน้ำนม  (เวลาอาจคลาดเคลื่อนแล้วแต่แหล่งข้อมูลคะ แต่วันนี้หญิงใช้จากประสบการณ์ตัวเอง แล้วมิกิก็ปลอดภัยดีคะ)

ตู้ freeze แช่ไอติม                    =   6 เดือน

ตู้เย็น 2 ประตู                          =    3 - 4 เดือน

ตู้เย็น ช่องธรรมดา                     =   2 วัน

กระเป๋าเก็บอุณหภูมิมี cool pack     =  8 ชม.



วิธีละลายน้ำนมมาให้ลูกทาน

การละลายน้ำนมแม่ที่แช่ช่อง freeze ออกมาให้ลูกทาน มี 2 วิธี

1. ละลายโดยเอานมจากช่อง freeze มาวางไว้ในตู้เย็นช่องความเย็นธรรมดา โดยวางทิ้งไว้ให้ตัวนมที่แข็งค่อยๆ ละลายกลายเป็นน้ำ  วิธีนี้จะช้าหน่อยนะคะ แต่ก็สะดวก เพราะไม่ต้องมาคอยนั่งดู นมที่ละลายแล้วอยู่ในตู้เย็นได้ 2 วันคะ

ข้อควรจำ     นมที่ละลายแล้วเอาไป freeze อีกรอบไม่ได้นะคะ

2. ละลายโดยเอานมที่ freeze ไว้ไปแช่น้ำธรรมดา วิธีนี้จะเร็วหน่อยแต่ต้องคอยดูไม่ให้นมละลายจนหมดหรือตั้งทิ้งไว้จนอุณหภูมินมกลายเป็นอุณหภูมิห้อง เพราะนมนั้นจะอยู่ได้แค่ 1 ชม.

นมเมื่อละลายบางส่วนแล้วให้นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา น้ำนมก็จะมีอายุอยู่ได้ 2 วัน เหมือนกับการละลายโดยเอามาวางในตู้เย็นคะ

เมื่อละลายนมแล้วก็เทแบ่งใส่ขวดนมน้องตามปริมาณที่น้องต้องการกินคะ เช่น ละลายขวดที่เก็บนม 8 oz แต่น้องต้องการกินแค่ 30 oz ก็เทแค่ 30 oz ส่วนที่เหลือเอาแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้นมที่เหลืออยู่ได้ 2 วัน คะ



วิธีอุ่นนมแม่

1. อุ่นโดยนำขวดนมไปแช่ในน้ำร้อน

2. อุ่นโดยใช้เครื่องอุ่นนม

            ข้อควรระวัง -ห้ามเอานมแม่ไปอุ่นในไมโครเวฟ เพราะจะทำให้เสียคุณค่าทางอาหารและภูมิต้านทาน

- ห้ามอุ่นซ้ำ เช่น อุ่นนมแล้วแต่น้องยังไม่ทาน แต่เห็นว่านมเย็นแล้วก็อุ่นอีกที หรือน้องกินไปบางส่วนกินยังไม่หมดก็อุ่นใหม่

- นมที่น้องกินไปแล้ว ถ้าทานไม่หมดต้องทิ้งภายใน 1 ชม.



สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การให้นมแม่กับลูกน้อยสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณแม่เองนะค่ะ ว่าจะขยันและอดทนแค่ไหน การจะทำให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายคะ แต่ก็ไม่ยากเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่แม่คนหนึ่งจะให้กับลูกตนเองได้คะ

เช่น คุณแม่ต้องกินน้ำวันละ 3 ลิตร ต้องตื่นมาให้นมลูกและปั๊มนมทุก 3 - 4 ชม. ต้องเอาเครื่องปั๊มนมไปทุกที่ ที่เราไป ทำอย่างนี้จนมีนม stock เป็น 1,000 ขวด แล้วก็หยุด ปั๊มตอนมิกิ 7 - 8 เดือน หลังจากนั้น 4 - 5 เดือน  ลูกก็กินนมจาก stock ที่มีจนครบคะ คุณแม่อาจงงค่ะ ว่าทำไมต้อง มี stock เยอะๆ ก็เพราะว่าไม่มี stock เยอะ คุณแม่ก็ต้องปั๊มนมจนครบขวบไงค่ะ นมถึงจะพอให้ลูกทาน

ขอบคุณข้อมูลจาก lamoonbaby.com
Read More

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ขอหนังสือแม่ทำงานให้นมลูก ดาวน์โหลดฟรี!!

สำหรับคุณแม่ไม่ควรพลาด วันนี้ก็มีหนังสือดีมาแนะนำกันค่ะ  ซึ่งหนังสือที่มีแจกเป็นเล่มมีเฉพาะ "ให้ลูกกินนมกระป๋อง...แน่ใจหรือ" นะคะ เล่มอื่นๆ ไม่มีเป็นเล่มแจกค่ะ มีไฟล์ให้ Download เท่านั้นค่ะ


ให้ลูกกินนมกระป๋อง แน่ใจหรือ?

สิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับนมผงดัดแปลงสำหรับทารก

Free Download









เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การให้นมแม่มิใช่เป็นเพียงการให้อาหารเพื่อบำรุงร่างกายของลูก แต่เป็นกระบวนการของชีวิตในการสืบทอดทั้งความรัก ความห่วงหาอาทร และความผูกพันอันเป็นอาหารทางใจแก่ลูกด้วย และนอกจากน้ำนมแม่จะเป็นการให้อาหารแล้วยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรค มีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อโรคได้อีกด้วย


Free Download





นมแม่... ทุนสมองของลูกรัก

การให้นมและน้ำนมแม่สร้างภูมิคุ้มกันและโรคภูมิแพ้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อลูกรักได้เริ่มต้นชีวิตที่มีสุขภาพดีทั้งกายใจ มีพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ที่ดีพร้อมเติบโตอยู่ในสังคมได้อย่างงดงาม เต็มคุณค่ามีทุนสุขภาพกายของลูก ทุนสุขภาพใจของลูก มีเชาว์ปัญญาของลูก มีความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กสมวัย Free Download




นมแม่ : Key Word กุญแจไขปัญหาเรื่องนมแม่สำหรับบุคลากรสาธารณสุขให้คำปรึกษากับคุณแม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์และคุณค่ามหาศาล และยังเป็นทุนเลี้ยงดูเบื้องต้นต่อการพัฒนาการด้านสติปัญญา สมอง อารมณ์ ช่วยทำให้ลูกมีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมด้วยวุฒิปัญญา อารมณ์ คุณธรรม ความอดกลั้น และประสบผลสำเร็จในชีวิตข้างหน้า แต่จากสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนไป ทำให้มีอุปสรรคหลายอย่างในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ
Free Download





เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความรู้..สู่ปฏิบัติ

ปัจจุบันการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ต้องให้อาหารอย่างอื่น เป็นเวลา 3-4 เดือน แต่ปัจจุบันสาวโรงงานส่วนใหญ่ลางานเพียง 1 เดือนแล้วส่งลูกไปให้ปู่ย่า ตายาเลี้ยงดูในต่างจังหวัดทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีน้อย การดูแลสุขภาพคนท้อง ปัญหาและคำถามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณค่าน้ำนมแม่ ข้อห้ามและข้อควรระวังการให้นมแม่ น้ำนมแม่ป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคเรื้อรังเนื่องจากในน้ำนมแม่มีไขมัน กรดอะมิโน นิวคลีโดไทด์ ไซโตไคน์ ธาตุเหล็กกับวิตามินเค
Free Download




ถาม ตอบ : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล

รวบรวมคำถาม และคำตอบเกี่ยวกับการให้นมลูก และการปฏิบัติตัวขณะอยู่ในโรงพยาบาล

Free Download







ถาม ตอบ : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน เมื่อกลับบ้าน


รวบรวมคำถาม และคำตอบเกี่ยวกับการให้นมลูกในระยะที่แม่กลับมาพักอยู่ที่บ้านแล้ว


Free Download






ที่มา: breastfeedingthai
Read More
loading...