แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นมแม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ข้อดีของการกินนมแม่นานๆ จนลูกเลิกไปเอง

1.วิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งอเมริกา “กินนมแม่อย่างน้อย 1 ปีและนานต่อเนื่องไปตราบที่ลูกและแม่ยังต้องการ การให้นมแม่นานช่วยทำให้แม่และลูกมีสุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีอย่างชัดเจน ไม่มีขีดจำกัดของการกินนมแม่ว่ากี่ปี และไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าการให้นมแม่นานกว่า 3 ปีนั้นเป็นอันตรายต่อพัฒนาการและสุขภาพจิตของลูก" (ตีพิมพ์ปี 2012)

2. วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งอเมริกา “ตามที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก ควรให้นมแม่นานเกิน 1 ปีซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกในสังคมอเมริกัน นักวิจัยพบว่าอายุที่ลูกเลิกกินนมแม่ไปเองตามธรรมชาติคือ 2-7 ปี แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทุกคนควรทราบว่าการกินนมแม่นานมีประโยชน์อย่างไรบ้างในด้านภูมิคุ้มกันโรค การปรับตัวทางสังคม และเป็นแหล่งอาหารแบบยั่งยืนของลูกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้าลูกหย่านมก่อน 2 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วย แม่ที่ให้นมลูกนานจะลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม" (ตีพิมพ์ปี 2008)

3. วิทยาลัยเวชศาสตร์นมแม่ ยืนยันว่าการให้นมแม่นานเกิน 1 ปีเป็นเรื่องปกติด้านชีววิทยา (วิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องต่างๆของสิ่งมีชีวิต) “อายุเฉลี่ยของการหย่านมอยู่ในช่วง 6 เดือนจนถึง 5 ปี การกล่าวหาว่าการให้นมแม่นานเกิน 1 ปีเป็นอันตรายต่อแม่หรือลูก ล้วนแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันทางการแพทย์หรือทางวิทยาศตร์แต่อย่างใด ที่จริงแล้วหลักฐานที่มีอยู่คือข้อเสียของการหย่านมแม่เร็วเกินไป นมแม่มีสารอาหาร ภูมิต้านทานโรค และสารส่งเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันซึ่งไม่มีในนมผงหรือนมวัว การให้นมแม่นานยังช่วยลดความเสี่ยงให้แม่ในการเป็นโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และ โรคหัวใจขาดเลือด (ตีพิมพ์ปี 2012)

4. ด๊อกเตอร์แคทเธอรีน เดทไวเยอร์ รายงานการวิจัยที่พิสูจน์ว่า ลูกคนควรกินนมแม่นาน 2.5-7 ปี (ตีพิมพ์ปี 1995)

รูปจาก https://thelippylactator.wordpress.com/2013/04/29/can-of-worms-a-note-from-the-mother-behind-the-motherwise-photo-controversy/

 ประโยชน์ของการให้นมแม่นานที่คุณแม่ได้รับ

1.ช่วยคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ (นมแม่ล้วน 6 เดือน ประสิทธิภาพเทียบเท่าการกินยาคุมกำเนิด) ช่วยเว้นช่องว่างระหว่างการมีลูกคนต่อไป ไม่ได้แปลว่าการให้นมแม่อยู่ เป็นการรับประกันว่าไม่ท้องนะคะ เพราะการทานยาคุมอย่างถูกวิธีก็ยังท้องได้ การทำหมันไปแล้วก็ยังท้องได้ค่ะ ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่ 100%ค่ะ

2.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านม ยิ่งกินนานยิ่งลดความเสี่ยงมากขึ้น

3.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

4.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุน

5.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

6.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด

7.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และลดปริมาณการใช้อินซูลินลงในคนที่เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว

8.ลดความเสี่ยงโรคอ้วน

สรุปคือ ยิ่งกินนมแม่นาน ยิ่งดีต่อสุขภาพของลูกและแม่ค่ะ

บทความโดย - พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ
Read More

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

10 ข้อดีของการให้นมลูกจากเต้า

จากการวิจัยพบว่าทารกที่ได้นมแม่แข็งแรงกว่าเด็กที่ได้นมผง เพราะนมแม่มีภูมิต้านทานโรคและสารอื่นๆที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค วันนี้จะขอยกตัวอย่างข้อดีของการให้นมลูกจากเต้ามาสัก 10 อย่างค่ะ


นมแม่เป็นสารอาหารที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อลูกของเราที่สุด

จะหานมอะไรที่ปลอดภัยและได้สารอาหารที่ร่างกายต้องการเทียบเท่านมแม่ไม่มีอีกแล้ว ต่อให้เทคโนโลยีของมนุษย์จะก้าวไกลไปแค่ไหน ก็ไม่อาจจะเลียนแบบนมสังเคราะห์ใดๆ หรือนมจากสัตว์อื่นๆ ที่ทั้งปลอดภัย และมีสารอาหารได้เสมอเหมือนนมแม่อีกแล้วในโลกนี้

เด็กที่เติบโตมาจากการกินนมแม่ แข็งแรงกว่าเด็กที่กินนมวัว

เพราะในน้ำนมแม่ทุกหยด กลั่นมาจากภายในร่างกายของแม่เอง ภูมิต้านทานต่างๆ ในตัวของแม่ จะถูกถ่ายทอดผ่านน้ำนม เมื่อลูกได้กินนมแม่ก็จะได้รับภูมิต้านทานต่างๆ ไปด้วย ซึ่งนมวัวหรือนมสังเคราะห์อื่นๆ จะไม่มี ภูมิต้านทาน

หมดปัญหาลูกท้องผูก

เพราะนมแม่นั้นย่อยง่าย ทำให้ลูกไม่ต้องทรมานกับอาการท้องผูก แต่หากลูกของเรากินนมวัวหรือนมประเภทอื่นจะพบปัญหาท้องผูกได้มากกว่า

หมดปัญหาเรื่องลูกอ้วนเกินไป

เคยเห็นเด็กทารกตัวอ้วนจ้ำหม้ำน่ารักใช่ไหมค่ะ แต่บ่อยครั้งเด็กแรกเกิดที่เราเห็นอ้วนจ้ำหม้ำน่ารักนั้นก็มีน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน สาเหตุมาจากการเลี้ยงลูกด้วยนมวัวหรือนมสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ นั้นเอง ในขณะที่การ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ลูกของเราจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเกินเลย น้ำหนักตัวของลูกจะเป็นไปตามมาตราฐานของเด็กในแต่ละวัยแบบธรรมชาติ

โอกาสเกิดผื่นผ้าอ้อมน้อยกว่า

ผื่นผ้าอ้อมเกิดจากความอับชื้น และเกิดปฏิกริยาของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งกรณีที่เราเลี้ยงลูกด้วยนมวัวนั้น ของเสียของลูกจะมีเชื้อแบคทีเรียมากกว่า เมื่อมารวมกับความอับชื้น (จากการใส่ผ้าอ้อม) ผิวของลูกจะเกิดอาการ ผื่นแดงๆ (จึงเรียกว่าผื่นผ้าอ้อม) ซึ่งหากเราเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ของเสียของลูกจะมีเชื้อแบคทีเรียน้อยกว่ามาก โอกาสที่ลูกจะต้องทรมานกับอาการผื่นผ้าอ้อมก็จะลดลงด้วย

สานสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก

การให้ลูกได้ดูดนมจากอกแม่เอง เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มีแต่แม่ที่เคยให้ลูกดูดนมจากอกตัวเองเท่านั้นถึงจะบรรยายความรู้สึก ความสุขใจ ที่เกิดขึ้นในตัวของแม่คนนั้นได้เอง นอกจากนั้นตลอดเวลาที่ลูกดูดนม จากอกแม่ ลูกก็จะมองหน้าแม่ของตัวเอง ซึ่งช่วงเวลาที่ให้นมลูกนั้น เป็นช่วงเวลาที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะแม่ลูกจะได้สบตา ได้พูดคุย ได้แสดงความรักต่อกัน ทำให้ลูกสามารถรับรู้ได้ว่าแม่ของเขารักเขามากแค่ไหน นอก จากนั้นการที่ลูกดูดนมจากอกของแม่บ่อยๆ จะทำให้ลูกจำกลิ่น เสียง หน้าตา และสัมผัสต่างๆ ของแม่ได้เร็วกว่าเด็กที่กินนมจากขวดนม

ร่างกายของแม่จะผอมเร็วกว่า

หลังจากคลอดลูก ร่างกายของคุณแม่แม้ว่าจะน้ำหนักลงไปบ้าง แต่ระบบภายใน รวมถึงมดลูกอาจจะยังไม่เข้าที่เท่าที่ควร การเลี้ยงลูกโดยให้ลูกดูดนมแม่จากอกนั้น จะช่วยกระตุ้นร่างกายของแม่ให้หลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง (ซึ่งจะออกมาเฉพาะตอนที่ให้ลูกดูดนมแม่เท่านั้น) โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยให้มดลูกหดตัวเข้าที่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นการที่ร่างกายต้องผลิตนมแม่จะช่วยเผาผลาญไขมันต่างๆ ตามหน้าท้องออกไปด้วย ทำให้รูปร่าง ของแม่ที่เพิ่งคลอดลูก กลับมาผอมเพรียวได้เร็วกว่าแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัว โดยเฉลี่ยแล้วการที่เลี้ยงลูกเอง ให้ลูกกินนมจากอกแม่เอง น้ำหนักตัวของแม่จะลดลงเฉลี่ยเดือนละ 1-2 กิโลกรัม ซึ่งหากเราให้ลูกกินนมแม่ตลอด 6 เดือนแรกหลังคลอด น้ำหนักตัวและรูปร่างของคุณแม่ก็จะเข้ารูปและเกือบจะกลับมาเป็นปกติ

เป็นอาหารที่สะดวกที่สุดสำหรับลูกตลอด 24 ชม.

นมแม่เป็นแหล่งเติมพลังของลูกน้อยของเราที่สามารถให้ลูกกินได้ตลอด 24 ชม. เมื่อไรที่ลูกหิว เราก็สามารถให้ลูกกินนมจากอกของเราได้ทันที ไม่ต้องพกขวด น้ำร้อน นมผง ฯลฯ ให้ยุ่งยาก สะดวกและรวดเร็วทันใจ ลูกที่สุดแล้วละค่ะ

เป็นนมอุ่นๆ พร้อมดื่มได้ตลอดจากอกแม่

คุณสมบัติที่พิเศษที่หานมอื่นๆ ในโลกนี้ไม่ได้อีกแล้วนั้นคือ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น แม่ไม่ต้องกังวลว่านมแม่นั้นจะร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไปสำหรับลูก เพราะนมแม่ที่ออกมาจากเต้านั้น จะมีอุณหภูมิที่พอเหมาะกับ ลูกของเราทันที หากเลี้ยงลูกด้วยนมวัว เราคงต้องตรวจสอบก่อนเสมอว่านมที่ผสมนั้นจะร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไปหรือไม่

ไม่ต้องเสียเงินค่านมแพงๆ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ

ค่านมผงชนิดต่างๆ นั้น ปัจจุบันราคาถีบตัวสูงมากขึ้น ไหนจะค่าขวดนม ค่าน้ำยาล้างขวดนม อุปกรณ์ล้างขวดนม ฯลฯ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะหมดไปหากเราเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เพราะนมแม่กลั่นมาจากร่างกายของแม่เอง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ อีก

นอกจากนั้น การที่ลูกดูดนมแม่ยังส่งผลช่วยลดน้ำหนักตัวของแม่หลังคลอดได้ ช่วยไม่ให้มีปัญหาตกเลือดเพราะมดลูกบีบตัวดีขึ้น สร้างความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเองของความเป็นแม่
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โปรตีนนุ่ม CPP คืออะไร และดีต่อทารกอย่างไร

 “นมแม่” คือ นมที่ดีสุดสำหรับเด็กเล็กช่วง 1 ขวบปีแรก และควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุดเท่าทีจะทำได้  แต่เมื่อมีความจำเป็นต้องให้นมผงกับลูก ควรพิจารณาเลือกนมที่มี CPP โปรตีนนุ่ม และ ไขมันที่ย่อยง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารธรรมชาติ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อเสริมพัฒนาการรอบด้านที่ดีให้กับลูกรัก และพัฒนาสมอง เด็กเล็กช่วง 1 ขวบปีแรกกระบวนการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์ โปรตีนจากนมที่ลูกดื่มต้องเป็นโปรตีนคุณภาพ มีความนุ่ม ย่อยง่ายสบายท้อง  จากการศึกษาพบว่า โปรตีนนุ่ม ( Casein phosphopeptidesหรือ CPP) เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพ เหมาะสำหรับทารก เรามาทำควารู้จักกับสุดยอดโปรตีน โปรตีนนุ่มCPP กันค่ะ



โปรตีนนุ่ม CPP คืออะไร
โปรตีนนุ่ม หรือ Casein phosphopeptides ตัวย่อ CPP คือ โปรตีนที่มีลักษณะที่อ่อนนุ่ม ย่อยง่าย ช่วยในการดูดซึมเกลือแร่ต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ได้ทันที

โปรตีนนุ่ม CPP ดีต่อทารกอย่างไร 
เด็กเล็กช่วง1 ขวบปีแรก ระบบการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ กระบวนการย่อยและการดูดซึมโปรตีนในนม เมื่ออยู่ในสภาพเป็นกรดในกระเพาะอาหารจะอยู่ในรูปก้อนโปรตีน หรือ Curd ซึ่งเป็นการจับตัวกันหลายๆ โมเลกุลของ เคซีน ซึ่งเมื่อถูกย่อยโดยเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร จะแตกตัวออกเป็นโมเลกุลย่อยๆ คือ Casein phosphopeptides (CPP) ซึ่งจะถูกย่อยต่อไปในลำไส้เล็ก และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในรูปกรดอะมิโน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกายต่อไป เนื่องจากเด็กเล็กช่วง1 ขวบปีแรก ระบบการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์เต็มที่หากเด็กได้ดื่มนมที่มีโปรตีนโมเลกุลอัดกันแน่นย่อยยาก จะส่งผลทำให้เด็กไม่สบายท้อง ร้องกวนโยเย ท้องอืด จากนมย่อยยากดูดซึมยาก ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ เด็กดื่มนมที่มีโปรตีนนุ่ม CPP จึงช่วยลดปัญหาอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด ท้องผูกได้เป็นอย่างดี

CPP โปรตีนนุ่มหาได้จากไหน
CPP โปรตีนนุ่มพบมากในนมแพะ โดยนมแพะนอกจากจะมี CPP โปรตีนนุ่มที่เพิ่มการดูดซึม แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม สู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว นมแพะยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และนมแพะยังมีระบบสร้างน้ำนมแบบ อะโพไครน์ มี Bioactive Components จากธรรมชาติในปริมาณสูงอีกด้วย



ขอบคุณข้อมูล : mamaexpert
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

13 สาเหตุที่ทำให้ น้ำนมแม่น้อย

สาเหตุที่ทำให้ ‪#‎น้ำนมน้อย‬ 13 ประการ


1. เสริมนมอื่น ไ่ม่ว่าจะเป็น ‪#‎นมผง‬ หรือนมของแม่คนอื่น ทั้งด้วยวิธีป้อนขวดหรือป้อนแก้ว เพราะทำให้ลูกดูดเบา กระตุ้นน้อย น้ำนมแม่ก็จะน้อยค่ะ
2. เสริมอาหารอื่นก่อน 6 เดือน ทำให้อิ่มและลดการดูดกระตุ้น
3. ไม่ให้ลูกดูดบ่อย (ทุก 2-3 ชม.) แยกแม่ลูก หรือพยายาม "ฝึก" ทั้งที่ไม่จำเป็นและไม่ควรฝึกให้กินนมแม่ตามเวลา ไม่จำเป็นต้องจับเวลา
4. แม่ทานอาหารไม่เพียงพอ อดอาหาร ลดความอ้วนด้วยการอดข้าว
5. แม่ขาดน้ำ
6. แม่เลือดจาง มีผลให้สร้างน้ำนมน้อยได้ คุณแม่ที่รู้ว่าตัวเองมีภาวะซีดก็ควรทานเม็ดธาตุเหล็กนะคะ
7. แม่ทานยาคุมที่มีส่วนผสมของเอสโตรเจน
8. ลูกดูดไม่ถูกวิธี อาจมีผังผืดใต้ลิ้น ฯลฯ แม่รู้สึกเจ็บ ลูกฉี่น้อยและสีเข้ม
9. ปล่อยให้เต้าคัดนานๆ ไม่บีบออก
10. ความเครียดของแม่
ทำให้น้ำนมไหลช้า แต่ไม่ถึงกับลดฮ่วบ 11. มี ‪#‎ประจำเดือน‬
เมื่อดูดนมห่างขึ้น ปจด. จะมาไดัค่ะ น้ำนมจะลดเล็กน้อยในช่วงนี้ ให้ดูด/ปั๊มนมตามปกติ น้ำนมจะเพิ่มกลับมาค่ะ 12. ทานสมุนไพร ‪#‎ขับน้ำคาวปลา‬ ยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล
13. ทานยาแก้แพ้ ‪#‎CPM‬ หรือ ยา ‪#‎pseudoephedrine‬ ติดต่อหลายวัน กดารสร้างน้ำนม
13 เป็น unlucky number แต่เนื่องจากนมแม่ไม่ขึ้นอยู่กับโชค ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับตัวและหัวใจของเราล้วนๆ ค่ะ ถ้าลูกฉี่เกิน 6 ครั้งต่อวันแสดงว่าได้น้ำนมพอแล้วนะคะ เดือนแรก ใจต้องสู้ค่ะ รับรองว่าเดือนต่อไปจะง่ายขึ้น ลูกจะยิ้มให้ หายเหนื่อยเลยค่ะ
แล้วแบบไหนเรียกว่า "น้ำนมน้อย"?
"น้ำนมไม่พอ" หลายๆ ครั้งไม่ใช่น้ำนมไม่พอหรอกนะคะ ตัวอย่างเช่น...
ทารกแรกเกิด - 3 เดือน

>> ดูดนมแทบจะตลอดเวลา / ก็เพราะกระเพาะยังเล็ก และลูกก็ยังเคยได้อาหารแทบจะตลอดเวลาเมื่ออยู่ในครรภ์ >> ลูกไม่นอน ตื่นกลางคืน หลับกลางวัน / ก็เพราะลูกเคยดิ้นบ่อยตอนกลางคืน ยังต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเป็นเดือนค่ะ >> วางไม่ได้ วางเป็นร้อง / ก็เพราะลูกเคยอยู่ในครรภ์ของแม่ ที่อุ่นและโอบรัดกายตลอด 9 เดือน พอ 1-2 เดือน เริ่มไม่อึเพราะลำไส้ทำงานดีขึ้น >> หรือว่านมไม่พอ? (ไม่ใช่นะคะ) เพราะว่าลูกดูดได้นมส่วนหลังมากขึ้น และลำไส้ก็ทำงานดูดซึมได้ดีมากขึ้นค่ะ พอ 2-3 เดือนเริ่มเจอกำปั้นตัวเอง เอามือเข้าปาก น้ำลายมาก แลบลิ้น >> สงสัยหิว หรือว่านมไม่พอ!? / เพราะฟันน้ำนมซี่แรกใกล้ขึ้นแล้วค่ะ อายุ 3-4 เดือน >> เริ่มตื่นบ่อยตื่นมาร้องจ๊ากๆ / เพราะฟันจะขึ้นตอนกลางคืนเวลาหลับสนิทค่ะ น้องจึงตื่นมางอแง >> บางครั้งดูดนมแม่ซักพักแล้วงอแง ดูดๆ ปล่อยๆ หรือดูดๆ บ่นๆ / เพราะน้ำนมพุ่งแรงค่ะ ให้ปั๊มออกบางส่วนหรือคว่ำหน้าดูด >> หลายครั้งเลย (เศร้า) ที่ลูกดูดนมแม่ไม่เป็น โดนป้อนขวดตั้งแต่ที่รพ. เจอนมแม่แล้วไหลไม่ทันใจ มีน้ำนมค่ะ แต่ต้องแก้ติดจุกนะคะ เห็นไหมคะ นี่เป็นเพียง 1 ประเด็น "น้ำนมไม่พอ" แต่มีสาเหตุเยอะไปหมดที่พร้อมอธิบายได้ว่า ไม่ใช่น้ำนมไม่พอค่ะ และขอบอกว่า สิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าลูกได้น้ำนมไม่พอคือ
*** ฉี่ไม่ถึง 6 ครั้งใน 24 ชม. ***
และไม่ใช่เพราะแม่ไม่มีน้ำนมนะคะ แต่เป็นเพราะน้ำนมถูกเอาออกจากเต้าได้น้อย (ต่างกันนะคะ) ด้วยการที่
1) ลูกดูดผิด อมไม่ลึกพอ อุ้มผิดท่า
2) ลูกมีพังผืดใต้ลิ้นทำให้ดูดได้ไม่ดีนัก
3) ลูกนอนยาวไป มื้อนมไม่พอ (ทารกแรกเกิดควรได้ประมาณ 10 มื้อต่อวันค่ะ)
น้อยคนมากๆ ที่ให้ลูกดูดกระตุ้นตลอดแล้วจะ "น้ำนมไม่พอ" (ปัญหาฮอร์โมนผิดปกติซึ่งหายากมากค่ะ) ส่วนใหญ่เป็นเพราะความเข้าใจผิดหรือปฏิบัติผิดทั้งสิ้นค่ะ
Read More

20 ข้อเหล่านี้ แม่ให้นมลูกอยู่ทาน/ทำ ได้หรือไม่

ให้นมลูกอยู่ เหล่านี้ทาน/ทำ ได้หรือไม่?


 1.ยาคุม แนะนำยาคุม exluton ไม่ทำให้น้ำนมลดค่ะ ตามนี้นะคะ >>http://goo.gl/tLh7W

2.ยาลดความอ้วน ไม่แนะนำค่ะ เพราะแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางตัวมีสเตียรอยด์ กดภูมิคุ้มกัน บางตัวทำให้ใจสั่น บางตัวทำให้ถ่ายท้อง บางตัวกระทบน้ำนมทำให้น้ำนมลด บางตัวทำให้เราแพ้ ทำให้ลูกแพ้ได้ค่ะ * ถ้าอยากลดน้ำหนัก แนะนำให้งดของทอด งดน้ำหวาน ลดแป้งมื้อเย็น รับรองเห็นผลภายใน 2-4 อาทิตย์ ผิวพรรณก็จะสวยขึ้นด้วยค่ะ

3. ทำฟัน เข้าคลีนิกทำหน้า ทำฟันได้ค่ะ ฉีดยาชา ถอนฟัน ถอนฟันคุด ขูดหินปูน ทานยาแก้ปวด-ยาปฏิชีวนะได้ (ถ้าจำเป็น) เลเซอร์หน้า ไม่กระทบน้ำนมค่ะ

4 .คอลลาเจน กลูต้า ยาตัวขาวต่างๆ คอลลาเจน มีอยู่ในเนื้อสัตว์ทั่วไปค่ะ การทานเนื้อสัตว์ไม่ทำให้ตัวขาว แต่เราจะได้โปรตีนที่จะร่างกายนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอค่ะ ส่วนกลูต้า ทำให้เม็ดสีไม่ทำงาน ภูมิต้านทานผิวหนังลดลง เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังและตาบอดค่ะ http://blog.eduzones.com/wigi/86667

5 .ยารักษาสิว ไม่แนะนำ ถ้าเป็นยาที่เป็นฮอร์โมนรวม ที่มีเอสโตรเจนและโปรเจสโตรเจน พวกนี้น้ำนมลดฮวบค่ะ ถ้าเป็นยาทารักษาสิว ใช้ได้ค่ะ

6 .ปลาดิบ ทานได้ค่ะ ถ้าสดสะอาด และถ้าลูกเราไม่แพ้ปลาทะเลนะคะ

7 .น้ำเย็น ทานได้ค่ะ ไม่ทำให้น้ำนมลดน้อยแต่อย่างใด

8 .ผัก #ผลไม้ ทานได้ค่ะ สังเกตดูว่าน้องไม่แพ้ บางคนแพ้แอปเปิ้ลและสตรอเบอร์รี่ บางคนแพ้ข้าวโพด (ถ้าแม่ทาน) บางคนแพ้กะทินะคะ

9.ส้มตำ ทานได้นะคะ ขอให้ร้านปรุงใหม่และสะอาด ระวังถั่วลิสงและกุ้งแห้ง เด็กเล็กๆ อาจจะแพ้โปรตีนทำให้ท้องอืดโยเยค่ะ ปลาร้าต้มแล้ว ถ้าลูกไม่แพ้โปรตีน แม่ก็ทานได้ค่ะ ขอให้ปรุงสดสะอาดนะคะ สำคัญที่สุด

 10 ชา กาแฟ น้ำอัดลม ชา-กาแฟ ทานได้เล็กน้อย ถ้าไม่ได้ทานมานาน อาจจะทาน 1/4 ถึง 1/2 แก้วก่อน เพราะคาเฟอีนส่งผลให้ลูกตาค้าง นอนยากขึ้นกว่าปกติค่ะ น้ำอัดลม ทานได้ ไม่ทำให้ลูกท้องอืดค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ทานบ่อยๆ เพราะน้ำอัดลมมีค่าเป็นกรด จะดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูก ส่งผลให้กระดูกบาง มวลกระดูกลดลง แถมจะทำให้อ้วน น้ำหนักไม่ลดสักที ติดหนึบอยู่ที่ต้นขาและหน้าท้องค่ะ

11. ทาน รสเผ็ด ได้ สาร capsicin ที่ทำให้เรารู้สึกเผ็ดละลายอยู่ในไขมันของน้ำนมแม่ จึงไม่ไปเกาะที่ปลายประสาทที่ลิ้นลูก ลูกก็จะไม่รู้สึกเผ็ด การที่แม่ทานอาหารรสชาติหลากหลายและจัดจ้าน ทำให้น้ำนมเปลี่ยนรสชาติบ่อยๆ ลูกก็จะเป็นเด็กที่ตอบรับกับอาหารเสริมใหม่ๆ ได้ดีขึ้นค่ะ อันนี้ง่ายวิจัยของฝรั่ง ให้ทานกระเทียมค่ะ กลุ่มที่แม่กินกระเทียม ลูกก็จะกินนมนานขึ้น เหมือนจะอร่อยขึ้นค่ะ

12. ดัดผม #ยืดผม #ทำสีผม ได้ #ทาเล็บ ได้ค่ะ แนะนำให้ใช้น้ำยาที่กลิ่นไม่แรง และระวังอย่าให้สารเคมีเปื้อนที่บริเวณหน้าอกค่ะ

13. ทาน #วิตามินรวม น้ำมันปลา แคลเซี่ยมเม็ด ทานได้ค่ะ แต่ใครที่ท่อน้ำนมตันบ่อยๆ หัวข้อนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ท่อน้ำนมตัน เต้าเป็นก้อนได้ค่ะ

14. ครีมทาผิว บำรุงผิว เครื่องสำอาง ใช้ได้ค่ะ ระวังอย่าให้เนื้อครีมสัมผัสลูกโดยตรง เราไม่แพ้แต่ลูกอาจแพ้ค่ะ

15. ยารักษาโรค ส่วนมากทานได้ค่ะ ตัวยาออกทางน้ำนมน้อยมากเพียง 1% แนะนำให้ตรวจสอบจากเว็บนี้ www.e-lactancia.org

16. วัคซีน และเซรุ่มทุกชนิด แม่ให้นมฉีดวัคซีนและรับเซรุ่มได้เหมือนบุคคลทั่วไปค่ะ

17. แอลกอฮอล & ยาดองเหล้า ไม่ควรทานค่ะ เพราะแอลกอฮอลผ่านทางน้ำนมไปหาลูกได้ ตับของลูกน้อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพิ่มความเสี่ยงภาวะตับวาย

18. ยาชักมดลูก ไม่ควรทานเพราะมีผลให้น้ำนมลดค่ะ

19. ผลไม้รสเปรี้ยว & ผักบางชนิด อันนี้แล้วแต่คน หลายคนแพ้ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ค่ะ สตรอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แม่ทานแล้วลูกอาจแพ้ บางครั้งมีเคสแม่ทานข้าวโพดแล้วลูกแพ้นะคะ รอลูกครบขวบค่อยให้ลองทานค่ะ

20. โปรตีนกลุ่มเสี่ยง (นมเนย-ถั่ว-ไข่-แป้งสาลี-อาหารทะเล) แล้วแต่คนค่ะ สำหรับแม่ท้อง อย่ากระหน่ำทานกลุ่มนี้เพราะโปรตีนเหล่านี้กระตุ้นและเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกในครรภ์แพ้ง่าย สำหรับแม่ให้นม ลองสังเกตดู ถ้าน้องมีอาการแพ้ (ทางผิว/ทางเดินอาหาร/ทางเดินหายใจ) ก็งดทานซักพัก เมื่อลูกโตขึ้น ลำไส้แข็งแรงขึ้น ร่างกายอาจรับโปรตีนเหล่านี้ได้ดีขึ้นค่ะ
ทานให้พอดีๆ ให้ได้สารอาหาร 5 หมู่เพื่อบำรุงร่างกายแม่นะคะ
ช่วงนี้บทความที่กล่าวว่า "คุณค่าและปริมาณ" ขึ้นอยู่กับอาหารของแม่นั้น #ไม่จริงนะคะ คุณค่านมแม่ ดีของมันอยู่แล้วค่ะ
ถามนิดเดียวค่ะ: แม่วัวไม่กินนมวัว แล้วนมวัวจะมีคุณค่าหรือไม่? (ไม่ต้องกินนมวัว เพราะกลไกธรรมชาติจะดึงสารอาหารจากแม่วัวมาผลิตนมวัว แม่วัวก็กินหญ้าตามปกติในปริมาณมากขึ้นค่ะ)
ตามนี้นะจ๊ะ สาวๆ
Read More

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ขอหนังสือแม่ทำงานให้นมลูก ดาวน์โหลดฟรี!!

สำหรับคุณแม่ไม่ควรพลาด วันนี้ก็มีหนังสือดีมาแนะนำกันค่ะ  ซึ่งหนังสือที่มีแจกเป็นเล่มมีเฉพาะ "ให้ลูกกินนมกระป๋อง...แน่ใจหรือ" นะคะ เล่มอื่นๆ ไม่มีเป็นเล่มแจกค่ะ มีไฟล์ให้ Download เท่านั้นค่ะ


ให้ลูกกินนมกระป๋อง แน่ใจหรือ?

สิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับนมผงดัดแปลงสำหรับทารก

Free Download









เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การให้นมแม่มิใช่เป็นเพียงการให้อาหารเพื่อบำรุงร่างกายของลูก แต่เป็นกระบวนการของชีวิตในการสืบทอดทั้งความรัก ความห่วงหาอาทร และความผูกพันอันเป็นอาหารทางใจแก่ลูกด้วย และนอกจากน้ำนมแม่จะเป็นการให้อาหารแล้วยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรค มีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อโรคได้อีกด้วย


Free Download





นมแม่... ทุนสมองของลูกรัก

การให้นมและน้ำนมแม่สร้างภูมิคุ้มกันและโรคภูมิแพ้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อลูกรักได้เริ่มต้นชีวิตที่มีสุขภาพดีทั้งกายใจ มีพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ที่ดีพร้อมเติบโตอยู่ในสังคมได้อย่างงดงาม เต็มคุณค่ามีทุนสุขภาพกายของลูก ทุนสุขภาพใจของลูก มีเชาว์ปัญญาของลูก มีความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กสมวัย Free Download




นมแม่ : Key Word กุญแจไขปัญหาเรื่องนมแม่สำหรับบุคลากรสาธารณสุขให้คำปรึกษากับคุณแม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์และคุณค่ามหาศาล และยังเป็นทุนเลี้ยงดูเบื้องต้นต่อการพัฒนาการด้านสติปัญญา สมอง อารมณ์ ช่วยทำให้ลูกมีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมด้วยวุฒิปัญญา อารมณ์ คุณธรรม ความอดกลั้น และประสบผลสำเร็จในชีวิตข้างหน้า แต่จากสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนไป ทำให้มีอุปสรรคหลายอย่างในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ
Free Download





เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความรู้..สู่ปฏิบัติ

ปัจจุบันการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ต้องให้อาหารอย่างอื่น เป็นเวลา 3-4 เดือน แต่ปัจจุบันสาวโรงงานส่วนใหญ่ลางานเพียง 1 เดือนแล้วส่งลูกไปให้ปู่ย่า ตายาเลี้ยงดูในต่างจังหวัดทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีน้อย การดูแลสุขภาพคนท้อง ปัญหาและคำถามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณค่าน้ำนมแม่ ข้อห้ามและข้อควรระวังการให้นมแม่ น้ำนมแม่ป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคเรื้อรังเนื่องจากในน้ำนมแม่มีไขมัน กรดอะมิโน นิวคลีโดไทด์ ไซโตไคน์ ธาตุเหล็กกับวิตามินเค
Free Download




ถาม ตอบ : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล

รวบรวมคำถาม และคำตอบเกี่ยวกับการให้นมลูก และการปฏิบัติตัวขณะอยู่ในโรงพยาบาล

Free Download







ถาม ตอบ : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน เมื่อกลับบ้าน


รวบรวมคำถาม และคำตอบเกี่ยวกับการให้นมลูกในระยะที่แม่กลับมาพักอยู่ที่บ้านแล้ว


Free Download






ที่มา: breastfeedingthai
Read More
loading...