แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โภชนาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โภชนาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เคล็ดลับเพิ่มน้ำหนักใน 2 สัปดาห์ พร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนตัวเอง

กินอะไรให้อ้วน...?
กินยังไงให้อ้วน...?
ทำยังไงให้อ้วน...?
ผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็อยากที่จะมีหุ่นดูดี สมส่วน มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะไปไหน จะถ่ายรูปก็ทำได้อย่างมั่นใจ
-------------------------
ก็เป็นที่ทราบกันว่าถ้าคุณอยากจะอ้วนคุณก็ต้องกินอาหารให้มากขึ้น กินให้เก่ง มีความสุขกับการกินอาหาร แต่ก็มีอีกหลาย ๆ คน ที่อยากอ้วนแต่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสักที แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร ?
-------------------------
อย่างแรกเลยก็คือคุณควรสังเกตตัวเองก่อนว่าคุณผอมเพราะอะไร เช่น เบื่ออาหาร กินน้อย ช่างเลือก เลือกกิน ต้องเป็นอาหารหรือของที่ชอบจริง ๆ ถึงจะยอมกิน คุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า ?
-------------------------
หรือสำหรับบางคนเป็นคนกินง่าย กินเยอะ แต่ก็ยังผอมอยู่ดี ก็ต้องมาดูกันอีกทีว่าอาหารที่คุณกินเข้าไปนั้น มันมีประโยชน์และให้พลังงานเพียงพอหรือไม่ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณเป็นอย่างไร มีการกินอาหารอย่างครบถ้วนเหมาะสมหรือไม่ หรือการออกกำลังกายที่ผิดวิธีหรือไม่ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าวิธีเพิ่มน้ำหนักนั้นมีอะไรบ้าง


1.ทานอาหารเช้าก่อน 9 โมงเช้าดีที่สุด

เป็นเมนู ให้เลือกทานนะค่ะ
เผื่อใครยังคิดไม่ออกว่า จะกินอะไรดี ให้อ้วน ในมื้อเช้าค่ะ


2.เพิ่มมื้อย่อย อย่าปล่อยให้ร่างกายหิว

อย่าปล่อยให้รู้สึกหิวเด็ดขาด ควรกินอาหารว่างหรืออาหารที่ให้พลังงานสูง ๆ และแคลอรีสูง ๆ เป็นประจำทุก ๆ วันให้ได้เกินวันละ 2,000 Kcal อย่างเช่น ถั่ว ขนมชั้น เค้ก ขนมปังแครกเกอร์ ขนมปังโฮลวีท ช็อกโกแลต กล้วยแขก ทุเรียน โดนัท เป็นต้น


3.เน้นอาหารที่มีแคลอรี่เยอะๆ และต้องทานให้ได้ 2000 แคลต่อวัน

เน้นทานอาหารที่ให้พลังงานสูง ๆ และแคลอรีสูง ๆ เป็นประจำทุก ๆ วันให้ได้เกินวันละ 2,000 Kcal




4.เลือกกินอาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพสูง เช่น ข้าวกล้อง ข้างซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ข้าวโพด ธัญพืชต่างๆ 

เลือกกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่มีคุณภาพสูง อย่างเช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ธัญพืชต่าง ๆ ข้าวโพด

5.งดกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ของหมักดองหรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น

งดกินอาหารที่ไร้ประโยชน์และเป็นโทษต่อร่างกาย เช่น ของหมักดอง แอลกอฮอล์ รวมไปถึงอาหารที่มีแคลอรีสูงที่เป็นไขมันชนิดไม่ดีกับสุขภาพ หรืออะไรก็ตามที่เราคิดว่ามันไม่ดีกับสุขภาพ ถ้าสงสัยก็โพสต์ถามได้เลย

6.การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ควรเน้นเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายคือสิ่งสำคัญอย่างมาก เป็นวิธีเพิ่มน้ำหนักและควรทำเป็นประจำอย่างยิ่ง อย่าคิดว่าออกกำลังกายแล้วจะทำให้เราผอมลง อย่าออกกำลังกายแบบคนอยากผอม ให้ออกกำลังกายแบบรักษาสุขภาพ เพราะเราออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เน้นการยกเวทเพื่อช่วยเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ หลักการง่าย ๆ ก็คือใช้เวทน้ำหนักมาก ๆ แต่จำนวนครั้งน้อย ๆ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ! แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังไว้ด้วย อย่าหักโหมเพราะจะทำให้ร่างกายทรุดหนักและผอมลงไปมากกว่าเดิม

7.กำจัดความเครียดในตัวเองซะ

พยายามไม่เครียดและตื่นนอนให้เป็นเวลา พฤติกรรมอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพก็พยายามหลีกเลี่ยง เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่ดี


8.ทานผลไม้เพิ่มน้ำหนักได้

ผลไม้เพิ่มน้ําหนักได้ ผลไม้เพิ่มน้ําหนักโดยผลไม้ที่กินแล้วอ้วนที่สุด 10 อันดับเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ก็คือ กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ขนุน กล้วยหอม มะม่วงน้ำดอกไม้สุก ลำไยกะโหลก เงาะ ลางสาด ละมุด เป็นต้น ส่วนทุเรียน ก็เป็นอีกผลไม้ที่กินแล้วอ้วน เพราะขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูงมาก ๆ รับรองกินบ่อย ๆ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแน่ ๆ แต่ก็ไม่ควรกินซ้ำไปซ้ำมา แถมอีกหน่อยผลไม้ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนก็ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิ้ล มะม่วงดิบ มะละกอ แตงโม เป็นต้น ก็เลือกกินให้เหมาะสมแล้วกัน

9.กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อป้องกันโรคขาดสารอาหาร และภาวะเสื่อมถอยของร่างกายเพราะไม่ได้อาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณผอมนั่นเอง



อาหารหลัก 5 หมู่ แต่ละหมู่มีอะไรสำคัญอย่างไร
+++++++++++++++++++
1.โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว โปรตีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
-------------------
2.คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) คือ สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี (calorie)
--------------------------------
3.เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง เช่น กระดูก ฟัน เลือด บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ เช่น ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท การแข็งตัวของเลือด และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย
------------------------------
4.วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
– วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
– วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
--------------------------------
5.ไขมัน ที่ให้พลังงานที่มีส่วนประกอบหลักคือที่ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9แคลอรี (calorie) ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงาน 4 แคลอรี


10.พักผ่อนให้เพียงพอ

ช่วงเวลาที่เรานอนหลับ เป็นช่วงที่ร่างการได้ซ่อมแซม และเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดีที่สุด

พร้อมหรือยัง สำหรับ 2 สัปดาห์สำหรับการเปลี่ยนหุ่นของตัวเอง ถามใจเธอดู
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ปลาสวาย สุดยอดปลาน้ำจืดที่มีโอเมก้า 3 สูง

โดยส่วนใหญ่พอได้ยินคำว่า "โอเมก้า 3" เราก็มักจะนึกถึงกรดไขมันชั้นดีที่มีอยู่ในปลาทะเล อย่าง ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแมคคาเรล ซึ่งปลาเหล่านี้เป็นปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาค่อนข้างสูง
.
จึงไม่ค่อยมีใครนึกถึงปลาน้ำจืดของไทย ว่าจริงๆแล้วก็มีปลาบางชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้ปลาทะเลจากเมืองนอกเลย


ซึ่งปลาที่ว่าก็คือ ปลาสวาย เป็นปลาน้ำจืดที่มีโอเมก้า 3 สูงกว่าปลาทะเล
สูงกว่าปลาแซลมอน 3 เท่า 
ไม่ต้องไปซื้อปลาทะเลแพงๆ ให้ลูกทานนะคะ ปลาน้ำจืดของบ้านเรานี่แหล่ะ สดใหม่กว่าปลาแช่แข็งที่นำเข้าจากเมืองนอกค่ะ
.

.
สำคัญ: ในนมแม่มีไขมันโอเมก้า3 ที่ร่างกายจะดึงจากไขมันในร่างกายของแม่ มากลั่นเป็นน้ำนมเพื่อบำรุงสมองของลูกนะคะ
.
นอกจากนี้ปลาช่อน ยังมีโอเมก้า 3 สูง ถึง 870 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม 
ปลากะพงขาว มีโอเมก้า 3 ประมาณ 310 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม และที่สำคัญหาซื้อง่าย แถมราคายังถูกกว่าปลาทะเลน้ำลึกอีกด้วย 
.
ที่มา : เว็บไซต์ สสส. และโพสต์ทูเดย์

Read More

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โปรตีนนุ่ม CPP คืออะไร และดีต่อทารกอย่างไร

 “นมแม่” คือ นมที่ดีสุดสำหรับเด็กเล็กช่วง 1 ขวบปีแรก และควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุดเท่าทีจะทำได้  แต่เมื่อมีความจำเป็นต้องให้นมผงกับลูก ควรพิจารณาเลือกนมที่มี CPP โปรตีนนุ่ม และ ไขมันที่ย่อยง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารธรรมชาติ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อเสริมพัฒนาการรอบด้านที่ดีให้กับลูกรัก และพัฒนาสมอง เด็กเล็กช่วง 1 ขวบปีแรกกระบวนการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์ โปรตีนจากนมที่ลูกดื่มต้องเป็นโปรตีนคุณภาพ มีความนุ่ม ย่อยง่ายสบายท้อง  จากการศึกษาพบว่า โปรตีนนุ่ม ( Casein phosphopeptidesหรือ CPP) เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพ เหมาะสำหรับทารก เรามาทำควารู้จักกับสุดยอดโปรตีน โปรตีนนุ่มCPP กันค่ะ



โปรตีนนุ่ม CPP คืออะไร
โปรตีนนุ่ม หรือ Casein phosphopeptides ตัวย่อ CPP คือ โปรตีนที่มีลักษณะที่อ่อนนุ่ม ย่อยง่าย ช่วยในการดูดซึมเกลือแร่ต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ได้ทันที

โปรตีนนุ่ม CPP ดีต่อทารกอย่างไร 
เด็กเล็กช่วง1 ขวบปีแรก ระบบการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ กระบวนการย่อยและการดูดซึมโปรตีนในนม เมื่ออยู่ในสภาพเป็นกรดในกระเพาะอาหารจะอยู่ในรูปก้อนโปรตีน หรือ Curd ซึ่งเป็นการจับตัวกันหลายๆ โมเลกุลของ เคซีน ซึ่งเมื่อถูกย่อยโดยเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร จะแตกตัวออกเป็นโมเลกุลย่อยๆ คือ Casein phosphopeptides (CPP) ซึ่งจะถูกย่อยต่อไปในลำไส้เล็ก และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในรูปกรดอะมิโน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกายต่อไป เนื่องจากเด็กเล็กช่วง1 ขวบปีแรก ระบบการย่อยและการดูดซึมยังไม่สมบูรณ์เต็มที่หากเด็กได้ดื่มนมที่มีโปรตีนโมเลกุลอัดกันแน่นย่อยยาก จะส่งผลทำให้เด็กไม่สบายท้อง ร้องกวนโยเย ท้องอืด จากนมย่อยยากดูดซึมยาก ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ เด็กดื่มนมที่มีโปรตีนนุ่ม CPP จึงช่วยลดปัญหาอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด ท้องผูกได้เป็นอย่างดี

CPP โปรตีนนุ่มหาได้จากไหน
CPP โปรตีนนุ่มพบมากในนมแพะ โดยนมแพะนอกจากจะมี CPP โปรตีนนุ่มที่เพิ่มการดูดซึม แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม สู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว นมแพะยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และนมแพะยังมีระบบสร้างน้ำนมแบบ อะโพไครน์ มี Bioactive Components จากธรรมชาติในปริมาณสูงอีกด้วย



ขอบคุณข้อมูล : mamaexpert
Read More
loading...