วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เก็บรักษาน้ำนมแม่อย่างไร ให้อยู่ได้นานที่สุด

สวัสดีค่ะคุณแม่มือใหม่ทุกท่าน หัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำการเก็บรักษาน้ำนมแม่ ซึ่งเก็บน้ำนมในภาชนะสำหรับใส่อาหารแบบไหนก็ได้  หรือจะใช้ ถุงเก็บน้ำนมแม่ ก็ได้ เขียนวันเวลาที่ได้ปั๊มนมไว้บนภาชนะ  ควรแบ่งปริมาณน้ำนมให้พอดีกับมื้อหนึ่งที่ลูกกิน และพอจะทราบบ้างไหมค่ะ ว่าจะเก็บรักษาแบบไหนให้อยู่นานที่สุด มาดูกันค่ะ



สถานที่เก็บ
อุณหภูมิ
ระยะเวลาเก็บ
ตั้งทิ้งไว้
27-32 ๐C
3-4 ช.ม.
ตั้งทิ้งไว้
16-26 ๐C
4-8 ช.ม.
กระติกใส่น้ำแข็ง
15 ๐C
24 ช.ม.
ตู้เย็นช่องธรรมดา
0-4 ๐C
3-8 วัน
ช่องแช่แข็งตู้เย็นประตูเดียว 
2 สัปดาห์
ช่องแช่แข็งตู้เย็น 2 ประตู
  -4 ๐C
4-6 เดือน
ช่องแช่แข็งเย็นจัด ตู้เย็นชนิดพิเศษ
-19 ๐C
6-12 เดือน
   
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง สายด่วนคลีนิคนมแม่ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้


- เมื่อต้องการนำนมที่แช่แข็งไว้มาใช้  ให้ละลาย นมแม่ ที่แช่แข็งด้วยการนำมาแช่ในตู้เย็นปกติก่อนล่วงหน้า 1 คืน (12 ช.ม.) ถ้าลูกชอบแบบเย็นๆ ก็แกว่งเป็นวงกลมเบาๆ ให้ไขมันที่แยกชั้นละลายเข้ากัน แล้วป้อนได้เลย  แต่ถ้าลูกไม่ชอบก็นำมาแช่ในน้ำอุ่นก่อนป้อน ห้ามใช้น้ำร้อนจัดหรือไมโครเวฟ เพราะจะทำลายเซลล์มีชีวิตที่อยู่ใน นมแม่

-ไม่ควรปล่อยให้นมแช่แข็งละลายเองที่อุณหภูมิห้อง ถ้าลืมและต้องการให้ละลายเร็ว ให้แช่ในน้ำธรรมดาให้เป็นอุณหภูมิปกติ แล้วเปลี่ยนเป็นแช่น้ำอุ่น

-นมที่เก็บในถุงเก็บนมแม่จะละลายเร็วกว่าเก็บในขวดหรือภาชนะอื่นๆ

-น้ำนมที่ละลายแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้ 24 ช.ม. น้ำนมที่เหลือจากการป้อนนมในขวดหรือถ้วย สามารถเก็บได้ถึงมื้อต่อไปเท่านั้น

-ไม่ควรนำนมแช่แข็งที่ละลายแล้ว กลับไปแช่แข็งใหม่

-สามารถผสมน้ำนมแม่ที่บีบหรือปั๊มออกมาใหม่ใส่รวมกับน้ำนมแม่ที่แช่เย็นไว้ก่อนแล้วได้ภายใน 24 ช.ม.หลังจากการเก็บครั้งแรก

-ถ้าต้องการใช้นมภายใน 8 วันหลังจากปั๊ม ไม่ต้องแช่แข็ง ให้แช่ตู้เย็นช่องปกติ  ถ้าต้องการแช่แข็ง ให้แช่แข็งภายใน 24-48 ช.ม. หลังจากปั๊มออกมา (ยิ่งแช่แข็งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น)

-น้ำนมแช่แข็งที่ละลายแล้ว  อาจมีกลิ่นหืน แต่ไม่เสีย (นอกจากมีกลิ่นรุนแรงมากและมีรสเปรี้ยว จึงจะเสีย)

หมายเหตุ

คำแนะนำในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ข้างต้น เป็นคำแนะนำทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้  สิ่งใดก็ตามที่แตกต่างไปจากคำแนะนำดังกล่าว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละครอบครัว  ถ้ากังวลมากก็ไม่ควรทำ  แต่ถ้าคิดว่าน่าจะได้ ก็ทดลองทำดูได้  อาจจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้  ก็จำไว้เป็นประสบการณ์ของตนเองค่ะ ถ้าอยากทราบว่านมเสียหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ชิมค่ะ
Read More

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สายด่วนคลีนิคนมแม่ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

สายด่วนคลินิกนมแม่ 




รพ.ศิริราช ตึกพระศรี ชั้น 2 ถ.พรานนก บางกอกน้อย กทม. 10700 02-419- 5994-5 ต่อ คลินิกนมแม่

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กทม. 10400 02-354-8945

รพ.รามาธิบดี 270 ถ.พระราม 6 ซ.สูติกรรมพิเศษ เขตราชเทวี กทม. 10400 02-201-2663

รพ.กลาง 514 ถ.หลวง แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบฯ กทม. 10100 02-221-6141 # 11321

รพ.จุฬาลงกรณ์ ถ.พญาไท เขตปทุมวัน กทม. 10330 02-256-4808

รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 12120 02-926-9604-5,02-926-9199 ต่อ 8907

รพ.นพรัตน์ราชธานี 109 ม.5 ถ.รามอินทรา กม.12 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. 10230 02-517-4270-9 ต่อ 1486,1450

รพ.ตากสิน 543 ถ.สมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม.10600 02-437-0123  ต่อ  1415  (จันทร์–ศุกร์ เวลา 8.00-16.30 น.)

รพ.BNH 9/1 ซ.คอนแวน ถ.สีลม บางรัก กทม. 10500 0-2686-2700

รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ 8 ถ.ตก แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม.10120 02-289-7000-3 ต่อ 7134

รพ.เซ็นหลุยส์ 215 ถ.สาธรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. 10120 02-675-5000 ต่อ แผนกเด็กแรกเกิด,OPD  เวลา 7.00-15.00  น.

รพ.เปาโลเมโมเรียล 90/102 ม.4  ซ.เสนานิคม แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม.10230 02-271-0227  ต่อ  OPD

รพ.พระมงกุฏเกล้า ถ.ราชวิถี เขตราชวิถี กทม 10400 02-354-7600-28 ต่อ 94044

รพ.พระรามเก้า 99 ถ.พระรามเก้า ห้วยขวาง กทม. 02-248-8020  ต่อ แผนกเนิร์สเซอร์รี่

รพ.ภูมิพล (คลินิกนมแม่) 171 ถ.พหลโยธิน ต.คลองถ. อ.สายไหม กทม. 10220 02-534-7723

รพ.มงกุฎวัฒนะ 34/40 ม. 1 ต.ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม. 10220 02-574-5000-9 ต่อ 1011

รพ.ลาดกระบัง 190/15 ม. 1 ถ.อ่อนนุช ลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. 10520 02-326-9995 ต่อ 208

รพ.เลิดสิน 190 ถ.สีลม แขวงศรีเวียง เขตบางรัก กทม. 10500 02-353-9799  ต่อ  9856,9857

รพ.วิชัยยุทธ 71/3 ถ.เศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ฯ 10400 02-618-6201, 02-618-6200 ต่อ 51252-53,51754-55

รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ถ.ตากสิน อ.ธนบุรี กทม. 10600 02-460-0000 ต่อ 11550

รพ.สมิติเวช 133 สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110 02-711-8345  อายุไม่เกิน  1  เดือน

รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ 48 ม.2 ถ.เลียบวารี แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. 10530 02-543-1307, 02-543-1150  ต่อ  424  (จันทร์,อังคาร,พฤหัส),425-6  (พุธ,ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์)

รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินุธโร อุทิศ 39 ม.4 ถ.เพชรเกษม ซ.เพชรเกษม81 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กทม. 10160 02-429-3575-81 ต่อ  8574,8572

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 99 ม. 18 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121 02-926-9999 #7362

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ ถ.รามคำแหง24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 10240 02-300-4543,02-300-4553 ต่อ 3505

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 18/18 ถ.บางนา-ตราด กม.18 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 02-312-6300 ต่อ 1235(ทุกวันจันทร์)

วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม. 10300 02-241-6500-9 ต่อ 8213 (อ. สุมิตตา  สว่างทุกข์)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีกทม. 2/1 ถ.พญาไท เขตราชเทวี กทม.10400 0-2354-8247,0-2354-8241-2

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนพรัตน์วชิระ 109/1 ถ.รามอินทรา กม.12 แขวงคันยาว เขตคันนายาว กทม. 10240 02-540-6500-1   ต่อ  242

วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย 1873 พระราม 4 ปทุมวัน กทม. 10330 02-256-4807

วิทยาลัยแพทยศาสตร์  และวชิรพยาบาล ถ.สามเสน ดุสิต กทม. 10300 0-2244-3795


ศูนย์อนามัยที่ 1 บางเขน กทม. 02-521-3064 ต่อ 206

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 036-266-170

รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ 67 ม.7 ถ.รังสิต-นครนายก แขวงองครักษ์ เขตองครักษ์ จ.นครนายก 26120 037-395-085 ต่อ 10819

รพ.พหลพลพยุหเสนา ถ.แสงชูโต  ต.ปากแพรก  อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี  71000 034-511-233 ต่อ 6600-01

รพ.พระนครศรีอยุธยา 46/1 ม.4 ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000 035-211-888  ต่อ  5402

รพ.บ้านโป่ง ถ.แสงชูโต  อ.บ้านโป่ง  จ.ราชบุรี 70110 032-222-841-46 ต่อ 273

รพ.นครปฐม 196 ถนนเทศา ต. พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000 โทร 034-254-150-4 ต่อ 1018

รพ.ปทุมธานี ถ.ปทุม-ลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก  อ.เมือง  จ.ปทุมธานี 12000 02-598-8888 ต่อ  8908,8849

รพ.เพชรบูรณ์ 203 ถ.สามัคคีชัย ต.ในเมือง  อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์  67000 056-717-600 ต่อ 6500
ศูนย์อนามัยที่ 2 สระบุรี 036-300-830-32 ต่อ 156

ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี 429 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000 032-310-368-71 ต่อ 2312

รพ.สวนดอกเชียงใหม่ ศูนย์สร้างเสริมสุขภาพ (คลินิกนมแม่) 053-946-799

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ คลินิกนมแม่  ชั้น 3 อาคารบุญสมมาร์ติน รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 053-946-799 เวลา 08.00 น. - 20.00 น.

รพ.นครพิงค์ เชียงใหม่ คลีนิคนมแม่ 053-999-200 ต่อ 2217

รพ.อุตรดิตถ์ (สูติกรรมหลังคลอด) 38 ถ.เจษฎาบดินทร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000 055-411-064ต่อ  7126-28

ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ 053-272-740 ต่อ 212

ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ 056-325-093-5 ต่อ 287

ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก 055-299-280-2 ต่อ 121

ศูนย์อนามัยที่ 3 ชลบุรี 038-148-165 ต่อ 51

รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 038-322-157-9  ต่อ  1146

รพ.ตราด 108 ถ.สุขุมวิท ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด 23000 039-511-040  ต่อ  644  (จันทร์-ศุกร์  เวลา  8.30-16.30  น.)

รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี อ.เมือง จ.จันทบุรี  22000 039-324-975ต่อ3458

รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (คลินิคนมแม่) 222 ถ.พิศษฐพยาบาล ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร 86000 077-503-674   ต่อ 282

รพ.ปัตตานี 2 ถ.หนองจิก ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 073-335-134-8  ต่อ  273

รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.มหาราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000 075-340-250 ต่อ 1024

ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช 075-399-460-4 ต่อ 114
ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา 073-214-200 ต่อ 139
ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา 044-305-134   ต่อ  150
ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น 043-235-902-5 ต่อ 5805
ศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี 045-288-586-8 ต่อ 319

 คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลขอนแก่น รับปรึกษาปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง 043-336789 ต่อ 3764

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น 123 ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40002 043-363-512-13
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บำรุงสมองของลูกน้อยได้ตั้งแต่ในครรภ์มารดา

ทุกคนต่างชอบเด็กที่มีความฉลาดทั้งด้านการเรียนรู้และด้านอารมณ์ และเด็กฉลาดจะสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัว ความฉลาดของเด็กนอกจากความตั้งใจในการเรียนรู้แล้ว สมองของเด็กมีส่วนสำคัญเช่นกัน การบำรุงสมองด้วยอาหารที่มีประโยชน์เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง ยิ่งคุณแม่รีบเลือกสรรอาหารอย่างเหมาะสมต่อพัฒนาการทางสมองของลูกน้อยในครรภ์แล้ว เมื่อเด็กเติบโตปัญหาหรือภาวะอันตรายที่เกิดกับสมองของเด็กก็ลดลงเช่นกัน ดังนั้นการเลือกอาหารให้เหมาะสมตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ย่อมส่งผลดีกับตัวคุณเองและลูกน้อยในครรภ์..

 อาหารประเภทแรกที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ โปรตีน ยิ่งเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลา มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง หากทารกในครรภ์ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอทำให้สมองมีขนาดเล็กผิดปกติ และสำหรับคุณแม่แล้ว โปรตีนเป็นสารอาหารหลักสำหรับการสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ สร้างน้ำนม เพิ่มปริมาตรเลือด สร้างน้ำย่อย สร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สารอาหารที่จำเป็นต่อมาคือ โฟเลต พบมากในตับสัตว์ บล็อกโคลี่ หน่อไม่ฝรั่ง ผักโขม และแคนตาลูป โฟเลตช่วยสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังของทารกในครรภ์ สมควรที่จะรับประทานตลอดช่วงตั้งครรภ์ เพราะเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างสารพันธุกรรม และช่วยให้เม็ดเลือดมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น วิตามินบี 2 (พบมากในนม ไข่แดง เนื้อสัตว์ ตับ และโยเกิร์ต) จะช่วยในการเจริบเติบโต และพัฒนาสมองของทารก ถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็ก ส่วนคาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารที่จำเป็นต่อสมองของลูก และให้พลังงานต่อร่างกาย คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ควรทาน เพราะอาการแพ้จากการตั้งครรภ์เนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุล คาร์โบไฮเดรตจะเป็นสารอาหารที่กินง่าย ย่อยง่าย เสริมพลังให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ง่าย สารอาหารที่สำคัญและช่วยบำรุงสมองของลูกตั้งแต่ในครรภ์นั้น ยังมีธาตุเหล็ก ไอโอดีน โอเมก้า 3 วิตามินบี 8 และบี 12 หากคุณเลือกอาหารอย่างเหมาะสมตามคู่มือคุณแม่ หรือขอคำปรึกษาจากแพทย์แล้ว ทารกในครรภ์ย่อมได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ต่อพัฒนาการทางร่างกาย และพัฒนาการสมอง เพียงแค่คุณปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่เสี่ยงจะส่งผลต่อสมองของทารกจะลดลง
Read More

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตารางการให้วัคซีนในเด็กไทยปกติ 2558

การให้เด็กได้รับการฉีดวัคซีนถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญควรตรวจสอบวัคซีนของลูกหลานเราให้ครบ สำหรับตารางการให้วัคซีนที่จำเป็นสำหรับเด็กดูตามตารางที่อัพเดทด้านล่างเลยค่ะ

 ตารางวัคซีน 2558 [1620 kb]
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

5 ผลไม้ช่วยให้ลูกกินยามเช้าเพื่อสุขภาพดี

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นมือที่ให้ประโยชน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะช่วยเรื่องความจำ ควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงทั้ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง  เป็นต้น ยิ่งหากเติมอาหารดีๆ ในยามเช้าให้แก่ลูกๆ ในตอนเช้าแล้วจะช่วยมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นเลยล่ะ



 
Read More

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

คุณแม่หลังคลอดลูกรัก ควรให้เวลาตัวเองมากแค่ไหน?

เมื่อคุณแม่อุ้มท้องจนมาถึงเวลาคลอดลูกรัก  หลังจากนั้นควรให้เวลาตัวเองมากแค่ไหน?


หลังจากที่คุณแม่คลอดเจ้าตัวเล็กแล้ว ทั้งรูปร่างและอารมณ์ของคุณแม่จะยังไม่เข้าที่เข้าทางในทันทีนะคะ เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่ฮอร์โมนกำลังปรวนแปร ซึ่งเราต้องใจเย็นและค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกายตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด รวมถึงการหมั่นออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง และอย่าเคร่งเครียดหรือกดดัน เพราะอีกไม่นานร่างกายของเราและอารมณ์ต่างๆ ก็จะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้งค่ะ
Read More

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

เมื่อลูกดื้อเวลาออกไปนอกบ้าน พ่อแม่ควรจัดการอย่างไร

การพาลูกออกไปนอกบ้านในวัยที่กำลังเติบโต และซุกซนเต็มที่นับว่าเป็นภาระใหญ่หลวงของพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งถ้าลูกทำตัวดีเชื่อฟัง ไม่กรีดร้อง วิ่งวุ่นให้พ่อแม่กลุ้มใจก็ดีไป แต่เมื่อไหร่ที่ลูกเกิดอาการน๊อตหลุดขึ้นมา พ่อแม่จะมีวิธีการรับมือกับทั้งลูกและสังคม ผู้คนรอบข้างอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ


ถ้าลูกอยู่ในวัยที่เริ่มรู้เรื่องแล้ว ต้องเตรียมความพร้อมสอนเรื่องระเบียบวินัยกันตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ก่อนที่จะพาลูกออกไปในที่สาธารณะ การสอนให้เด็กมีระเบียบวินัย สอนให้เด็กเข้าใจได้ง่าย เพราะบางครั้งเด็กยังไม่เข้าใจว่าการเล่นของตนไม่ถูกต้องอย่างไร

ดูความพร้อมของลูกว่าพร้อมที่จะออกไปนอกบ้าน หรือที่สาธารณะหรือไม่ ถ้าพ่อแม่ยังไม่สามารถควบคุมลูกได้ ต้องพยายามพาเด็กออกไปข้างนอกให้น้อย หรือเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะแน่ใจว่าสามารถควบคุมลูกได้

พ่อแม่ต้องคำนึงถึงสิทธิคนอื่นในที่สาธารณะด้วย เราอาจจะมองว่าเด็กงอแงเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ หรือลุกลามจนคนทำให้คนอื่นเดือดร้อน ต้องพาลูกออกไปจากสถานการณ์นั้นให้ลูกสงบก่อน

เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นไม่ใช่เวลาที่จะมาสอนลูกตรงนั้นแล้ว หลายครั้งที่ลูกดื้อ ซน พ่อแม่ก็ยิ่งพยายามสอน พยายามดุลูก เพื่อแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าตัวเองได้ทำหน้าที่แล้ว แต่ลูกไม่ฟังเอง ช่วยไม่ได้ การทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นค่ะ

เด็กแต่ละคนจะมีวิธีการรับมือที่ได้ผลแตกต่างกันไป ตามลักษณะนิสัย เช่น บางคนหากเข้าไปกอดอาการก็จะสงบลง หรือพยายามเบี่ยงประเด็นให้ลูกสนใจอย่างอื่นจนลืมเรื่องที่อาละวาดไป ถ้าลูกวีนในร้านอาหาร ลองอุ้มพาเขาไปดูปลาหรือกุ้งเป็นๆ ที่ว่ายน้ำอยู่หน้าร้าน เบี่ยงเบนความสนใจ รับรองว่าลูกจะสงบลงได้อย่างรวดเร็ว หรือพ่อแม่บางคนใช้วิธีวางเฉยให้ลูกร้องไปให้พอ โดยพาไปในที่ที่ไม่รบกวนคนอื่น เช่น ลานจอดรถห้าง หรืออุ้มเข้าไปในห้องนอน ร้องเสร็จแล้วค่อยคุยกัน

ก่อนพาลูกออกไปจากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ พ่อแม่ควรขอโทษต่อคนรอบข้างที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย

คนส่วนใหญ่เข้าใจธรรมชาติของเด็กว่า ดื้อ ซน เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ต้องการคือความรับผิดชอบ และคำขอโทษจากพ่อแม่เท่านั้นค่ะ หลายครั้งทีคนไม่พอใจคือ การนิ่งเฉย และไม่รับผิดชอบของพ่อแม่นั่นเองค่ะ ดังนั้นเอ่ยคำขอโทษด้วยความจริงใจ เมื่อลูกคุณทำความเดือดร้อนให้คนอื่น นอกจากจะผ่อนคลายให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นแบบอย่างในการสอนให้ลูกอีกด้วยค่ะ

เมื่ออยู่ในสถานการณ์หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถพาลูกออกไปได้ เช่น บนเครื่องบิน เรามีเทคนิคมาฝากกันค่ะ กับการพาลูกขึ้นเครื่องบินอย่างไร

ที่มา : momypedia
Read More
loading...