วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อย่าถ่ายรูปทารกน้อยโดยเปิดแฟลช อาจทำให้ทารกเป็นแบบนี้

ทารกวัย 3 เดือน ตาบอดสนิท เนื่องจากถ่ายรูปโดยลืมปิดแฟลช



เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมาเว็บไซต์สื่อนอกเผยเรื่องสุดสลดใจของเด็กทารกน้อยไม่ทราบชื่อวัย 3 เดือน หลังจากเพื่อนของครอบครัวใช้กล้องถ่ายรูปถ่ายทารกในระยะใกล้เพียงแค่ 25 เซนติเมตรและลืมปิดแฟลช จากนั้นไม่นานนัก พ่อ-แม่ของทารกน้อยรายนี้ ก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติกับการมองเห็นของลูกน้อย จึงนำส่งโรงพยาบาลทันที

ภายหลังการตรวจทางแพทย์ระบุว่า ดวงตาของทารกน้อยรายนี้ได้รับความเสียหายแบบถาวรและไม่สามารถศัลยกรรมแก้ไขได้ เนื่องจากแสงแฟลชที่ได้รับในระยะใกล้มีความเข้มของแสงมากจึงทำลายเซลล์บริเวณมาคูลา หรือกลางจอประสาทตา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ตาใช้ในการโฟกัสแสง อีกทั้งบริเวณมาคูลาจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่จนกว่าเด็กจะอายุได้ 4 ขวบ ยิ่งเป็นเด็กทารกจึงมีความบอบบางมาก ดังนั้นความเสียหายที่ทารกน้อยได้รับจึงทำให้ศูนย์เสียการมองเห็นส่วนกลาง เป็นเหตุให้ตาซ้ายสามารถมองเห็นได้น้อยลง ส่วนตาขวานั้นบอดสนิท

รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลว่า  การใช้แฟลชถ่ายรูป จะทำให้เด็กทารกตาบอดจริงหรือไม่นั้น ... คำตอบคือ "ไม่จริง"  เนื่องจากจริงๆแล้วเด็กทารกนั้นได้รับการปกป้องจากแสงแฟลชยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก เพราะเด็กๆ จะไม่ค่อยสนใจในการถ่ายรูปและจะไม่จ้องตรงไปที่กล้อง ยิ่งกว่านั้น ดวงตาของเด็กทารกจะมีม่านตาที่แคบกว่าของผู้ใหญ่ และทำให้แสงเข้าไปยังเรติน่าน้อยกว่า แสงแฟลชจากกล้อง ถึงจะถ่ายหลายๆ ครั้ง ก็ไม่ได้ทำอันตรายกับสายตาของเด็ก เพราะถึงมันจะดูเหมือนว่าจ้ามาก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มากไปกว่าแสงแดดธรรมดาเลย

อย่างไรก็ตามถึงแม้แสงแฟลชจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อดวงตาของลูกน้อยมากนัก แต่คุณพ่อคุณแม่ ก็ควรระมัดระวังไว้จะดีกว่านะคะ

ภาพจาก http://kanlaizhou.net
Read More

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีดูแลลูกน้อยอย่างไร เมื่อเป็นไข้หวัด

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงเช้าร้อน เย็นฝนตก เช้าฝนตกเย็นร้อน สงสารก็แต่เจ้าตัวน้อยๆ ที่ต้องตั้งท่ารับการเปลี่ยนแปลงของอากาศช่วงนี้เลยนำเกร็ดความรู้ในการดูแลหนูน้อยหากเป็นหวัดมาฝากค่ะ

เมื่อเจ้าตัวเล็กเป็นหวัด โรคหวัด เรียกว่า เกิดมาคู่กับเด็กเล็กเลยก็ว่าได้...

เมื่อลูกน้อยเป็นไข้หวัด มักต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าผู้ใหญ่ เวลาที่สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง บางทีอากาศแห้งหรืออากาศชื้น เด็กเล็กร่างกายบอบบาง ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย ร่างกายจึงมีการตอบสนองโดยสร้างน้ำมูกออกมา ป้องกันมิให้ช่องทางเดินหายใจแห้งเกินไป และเด็กเล็กไม่สามารถ จะช่วยเหลือตัวเองที่จะสั่งน้ำมูกออกมาเองได้ ทำให้ทางเดินหายใจติดขัด ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องทราบการดูแลเด้กที่เป็นหวัดเบื้องต้น และเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นไว้ใช้ได้ทันทียามฉุกเฉิน เวลาที่ลูกน้อยไม่สบายในเวลากลางคืน หรือไปต่างจังหวัดก็สามารถดูแลลูกน้อย ด้วยวิธีการและอุปกรณ์พื้นฐานที่เราเตรียมการไว้ล่วงหน้าได้

การสังเกตว่าเด็กเป็นหวัด..

เมื่อเด็กเล็กเริ่มเป็นหวัดมักมีน้ำมูกใสไหลออกมาและมีอาการแน่น คัดจมูก หายใจไม่สะดวก ไอ จาม และมักมีตัวร้อนร่วมด้วย อาจมีอาเจียน คลื่นไส้ ร้องกวน เบื่ออาหาร และไม่ยอมดูดนม ส่วนในเด็กโตอาจมีเพียงไข้ต่ำๆ รู้สึกร้อนในจมูก คอแห้ง หรือเจ็บคอ ไอ จาม คัดจมูก และมีน้ำมูกใส

การดูแลเด็กที่เป็นโรคหวัดนั้น โดยทั่วไปเป็นการดูแลตามอาการ การดูแลเบื้องต้นเมื่อพบว่าเด็กเป็นหวัดในระยะแรก ได้แก่ การเช็ดตัวระบายความร้อนในร่างกาย โดยเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นนาน 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิร่างกายของเด็ก หากไข้ไม่ลดใน 24 ชม. ต้องรีบพามาพบแพทย์ และให้แพทย์เป็นผู้จ่ายยาให้โดยเฉพาะในเด็กทารากไม่ควรซื้อยาใช้เอง เนื่องจากเราจะไม่ทราบปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการรักษา ทั้งยังอาจเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ทำให้เป็นอันตรายได้ และไม่ควรให้ยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เนื่องจากต้องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่ เพราะหากรับแอสไพรินเข้าไปจะทำให้เด็กเป็นอันตรายได้

การดูแลเด็กเป็นหวัดที่บ้าน
โรคหวัดเป็นโรคที่พ่อแม่ดูแลเองได้ แต่ต้องคอยระวังโรคแทรกซ้อนและคอยสังเกตการหายใจ โดยทำได้ดังนี้
ลดไข้ - เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นนาน 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิร่างกายของเด็ก ให้ยาลดไข้ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมงในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 เดือน หากไข้ลดก็ไม่จำเป็นต้องกินยา
ระบายน้ำมูก/ลดน้ำมูก - การลดน้ำมูกเพื่อให้โพรงจมูกโล่ง ช่วยให้เด็กสามารถหายใจได้ดี ในทารกถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากมีน้ำมูกอุดตันทางเดินหายใจหรือรูจมูกอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต


1. ใช้ผ้านุ่มม้วนปลายแหลมสอดในรูจมูกซับน้ำมูก
2.  ดูดออกด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
- หลอดดูสายยางที่ได้มาตรฐานราคาของหลอดดูดน้ำมูกแบบสายยาง ไม่สูงมาก ควบคุมแรงดูดด้วยตัวผู้ดูด ควรเลือกแบบที่มีใส่กรองเชื้อโรค เพื่อป้องกันการส่งเชื้อสู่กันระหว่างหนูน้อยกับผู้ดูด

- เครื่องดูดน้ำมูกอัตโนมัติ
         
             เครื่องดูดน้ำมูกอัตโนมัติ ราคาสูงกว่าแบบทั่วไป ควบคุมแรงดูดสม่ำเสมอด้วยตัวเครื่อง ใช้งานได้ดีและง่าย ไม่เสี่ยงต่อการส่งผ่านเชื้อโรคสู่กัน เมื่อเด็กชินสามารถถือดูดได้เอง เมื่อรู้สึกมีน้ำมูก ไม่เสี่ยงต่อการสั่งน้ำมูกแรงเกินไป ซื่งจะมีผลกับเยื่อแก้วหู

แนะนำ ** เครื่องดูดน้ำมูกอัตโนมัติ ZOLI ได้รับการทดสอบแล้วจากผู้ใช้ว่าใช้งานได้จริง ** 

3. ให้ยาลดไข้และยาลดน้ำมูกที่ปราศจากแอสไพริน และแอลกอฮอลล์ ให้ เด็กหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไข้หวัดมักหายได้เองภายใน 1-5วัน ไม่เกิน 1 สัปดาห์ หากเป็นหวัดหลายวัน แล้วกลับมามีไข้ขึ้นควรนึกว่าอาจมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้น ซึ่งต้องขอคำปรีกษาจากแพทย์

***พร้อมทั้งให้งดอาบน้ำ ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ ถ้ายังมีไข้สูงหลังจากให้ยา 24 ชั่วโมง ต้องพาลูกไปให้แพทย์ตรวจ อาจจะต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะ อาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ปวดหู - หูชั้นกลางอักเสบ หรือ อาจเกิดหูน้ำหนวก ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวมได้ ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

การป้องกันโรคหวัด ควรปฏิบัติ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย
     - เด็กเล็กๆ ไม่ควรคลุกคลีกับผู้ป่วยที่สามารถแพร่เชื้อ
     - ไม่พาเด็กเล็กไปสถานที่แออัด
     - หลีกเลี่ยงมลพิษ เช่น ควันไฟ ควันบุหรี่
     - ไม่กระทบความเย็นจัด หรือร้อนจัด
2. เพิ่มภูมิต้านทานให้เด็กแข็งแรง
     - เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
     - กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
     - ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
     - ให้เด็กออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


NoseFrida หาซื้อได้ที่แผนกเด็กอ่อนหรือร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กชั้นนำ


Zoli Nasal Aspirator หาซื้อได้ที่แผนกเด็กอ่อนหรือร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กชั้นนำ

เรียบเรียงและรวบรวมโดย บจก. โกรว วิธ เลิฟ
Read More

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ขอหนังสือแม่ทำงานให้นมลูก ดาวน์โหลดฟรี!!

สำหรับคุณแม่ไม่ควรพลาด วันนี้ก็มีหนังสือดีมาแนะนำกันค่ะ  ซึ่งหนังสือที่มีแจกเป็นเล่มมีเฉพาะ "ให้ลูกกินนมกระป๋อง...แน่ใจหรือ" นะคะ เล่มอื่นๆ ไม่มีเป็นเล่มแจกค่ะ มีไฟล์ให้ Download เท่านั้นค่ะ


ให้ลูกกินนมกระป๋อง แน่ใจหรือ?

สิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับนมผงดัดแปลงสำหรับทารก

Free Download









เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การให้นมแม่มิใช่เป็นเพียงการให้อาหารเพื่อบำรุงร่างกายของลูก แต่เป็นกระบวนการของชีวิตในการสืบทอดทั้งความรัก ความห่วงหาอาทร และความผูกพันอันเป็นอาหารทางใจแก่ลูกด้วย และนอกจากน้ำนมแม่จะเป็นการให้อาหารแล้วยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรค มีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อโรคได้อีกด้วย


Free Download





นมแม่... ทุนสมองของลูกรัก

การให้นมและน้ำนมแม่สร้างภูมิคุ้มกันและโรคภูมิแพ้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อลูกรักได้เริ่มต้นชีวิตที่มีสุขภาพดีทั้งกายใจ มีพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ที่ดีพร้อมเติบโตอยู่ในสังคมได้อย่างงดงาม เต็มคุณค่ามีทุนสุขภาพกายของลูก ทุนสุขภาพใจของลูก มีเชาว์ปัญญาของลูก มีความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กสมวัย Free Download




นมแม่ : Key Word กุญแจไขปัญหาเรื่องนมแม่สำหรับบุคลากรสาธารณสุขให้คำปรึกษากับคุณแม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์และคุณค่ามหาศาล และยังเป็นทุนเลี้ยงดูเบื้องต้นต่อการพัฒนาการด้านสติปัญญา สมอง อารมณ์ ช่วยทำให้ลูกมีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมด้วยวุฒิปัญญา อารมณ์ คุณธรรม ความอดกลั้น และประสบผลสำเร็จในชีวิตข้างหน้า แต่จากสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนไป ทำให้มีอุปสรรคหลายอย่างในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ
Free Download





เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความรู้..สู่ปฏิบัติ

ปัจจุบันการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ต้องให้อาหารอย่างอื่น เป็นเวลา 3-4 เดือน แต่ปัจจุบันสาวโรงงานส่วนใหญ่ลางานเพียง 1 เดือนแล้วส่งลูกไปให้ปู่ย่า ตายาเลี้ยงดูในต่างจังหวัดทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีน้อย การดูแลสุขภาพคนท้อง ปัญหาและคำถามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คุณค่าน้ำนมแม่ ข้อห้ามและข้อควรระวังการให้นมแม่ น้ำนมแม่ป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคเรื้อรังเนื่องจากในน้ำนมแม่มีไขมัน กรดอะมิโน นิวคลีโดไทด์ ไซโตไคน์ ธาตุเหล็กกับวิตามินเค
Free Download




ถาม ตอบ : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล

รวบรวมคำถาม และคำตอบเกี่ยวกับการให้นมลูก และการปฏิบัติตัวขณะอยู่ในโรงพยาบาล

Free Download







ถาม ตอบ : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอน เมื่อกลับบ้าน


รวบรวมคำถาม และคำตอบเกี่ยวกับการให้นมลูกในระยะที่แม่กลับมาพักอยู่ที่บ้านแล้ว


Free Download






ที่มา: breastfeedingthai
Read More

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เก็บรักษาน้ำนมแม่อย่างไร ให้อยู่ได้นานที่สุด

สวัสดีค่ะคุณแม่มือใหม่ทุกท่าน หัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำการเก็บรักษาน้ำนมแม่ ซึ่งเก็บน้ำนมในภาชนะสำหรับใส่อาหารแบบไหนก็ได้  หรือจะใช้ ถุงเก็บน้ำนมแม่ ก็ได้ เขียนวันเวลาที่ได้ปั๊มนมไว้บนภาชนะ  ควรแบ่งปริมาณน้ำนมให้พอดีกับมื้อหนึ่งที่ลูกกิน และพอจะทราบบ้างไหมค่ะ ว่าจะเก็บรักษาแบบไหนให้อยู่นานที่สุด มาดูกันค่ะ



สถานที่เก็บ
อุณหภูมิ
ระยะเวลาเก็บ
ตั้งทิ้งไว้
27-32 C
3-4 ช.ม.
ตั้งทิ้งไว้
16-26 C
4-8 ช.ม.
กระติกใส่น้ำแข็ง
15 C
24 ช.ม.
ตู้เย็นช่องธรรมดา
0-4 C
3-8 วัน
ช่องแช่แข็งตู้เย็นประตูเดียว 
2 สัปดาห์
ช่องแช่แข็งตู้เย็น 2 ประตู
  -4 C
4-6 เดือน
ช่องแช่แข็งเย็นจัด ตู้เย็นชนิดพิเศษ
-19 C
6-12 เดือน
   
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง สายด่วนคลีนิคนมแม่ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้


- เมื่อต้องการนำนมที่แช่แข็งไว้มาใช้  ให้ละลาย นมแม่ ที่แช่แข็งด้วยการนำมาแช่ในตู้เย็นปกติก่อนล่วงหน้า 1 คืน (12 ช.ม.) ถ้าลูกชอบแบบเย็นๆ ก็แกว่งเป็นวงกลมเบาๆ ให้ไขมันที่แยกชั้นละลายเข้ากัน แล้วป้อนได้เลย  แต่ถ้าลูกไม่ชอบก็นำมาแช่ในน้ำอุ่นก่อนป้อน ห้ามใช้น้ำร้อนจัดหรือไมโครเวฟ เพราะจะทำลายเซลล์มีชีวิตที่อยู่ใน นมแม่

-ไม่ควรปล่อยให้นมแช่แข็งละลายเองที่อุณหภูมิห้อง ถ้าลืมและต้องการให้ละลายเร็ว ให้แช่ในน้ำธรรมดาให้เป็นอุณหภูมิปกติ แล้วเปลี่ยนเป็นแช่น้ำอุ่น

-นมที่เก็บในถุงเก็บนมแม่จะละลายเร็วกว่าเก็บในขวดหรือภาชนะอื่นๆ

-น้ำนมที่ละลายแล้ว สามารถเก็บในตู้เย็นได้ 24 ช.ม. น้ำนมที่เหลือจากการป้อนนมในขวดหรือถ้วย สามารถเก็บได้ถึงมื้อต่อไปเท่านั้น

-ไม่ควรนำนมแช่แข็งที่ละลายแล้ว กลับไปแช่แข็งใหม่

-สามารถผสมน้ำนมแม่ที่บีบหรือปั๊มออกมาใหม่ใส่รวมกับน้ำนมแม่ที่แช่เย็นไว้ก่อนแล้วได้ภายใน 24 ช.ม.หลังจากการเก็บครั้งแรก

-ถ้าต้องการใช้นมภายใน 8 วันหลังจากปั๊ม ไม่ต้องแช่แข็ง ให้แช่ตู้เย็นช่องปกติ  ถ้าต้องการแช่แข็ง ให้แช่แข็งภายใน 24-48 ช.ม. หลังจากปั๊มออกมา (ยิ่งแช่แข็งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น)

-น้ำนมแช่แข็งที่ละลายแล้ว  อาจมีกลิ่นหืน แต่ไม่เสีย (นอกจากมีกลิ่นรุนแรงมากและมีรสเปรี้ยว จึงจะเสีย)

หมายเหตุ

คำแนะนำในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ข้างต้น เป็นคำแนะนำทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้  สิ่งใดก็ตามที่แตกต่างไปจากคำแนะนำดังกล่าว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละครอบครัว  ถ้ากังวลมากก็ไม่ควรทำ  แต่ถ้าคิดว่าน่าจะได้ ก็ทดลองทำดูได้  อาจจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้  ก็จำไว้เป็นประสบการณ์ของตนเองค่ะ ถ้าอยากทราบว่านมเสียหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ชิมค่ะ
Read More

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สายด่วนคลีนิคนมแม่ ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

สายด่วนคลินิกนมแม่ 




รพ.ศิริราช ตึกพระศรี ชั้น 2 ถ.พรานนก บางกอกน้อย กทม. 10700 02-419- 5994-5 ต่อ คลินิกนมแม่

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กทม. 10400 02-354-8945

รพ.รามาธิบดี 270 ถ.พระราม 6 ซ.สูติกรรมพิเศษ เขตราชเทวี กทม. 10400 02-201-2663

รพ.กลาง 514 ถ.หลวง แขวงเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบฯ กทม. 10100 02-221-6141 # 11321

รพ.จุฬาลงกรณ์ ถ.พญาไท เขตปทุมวัน กทม. 10330 02-256-4808

รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 12120 02-926-9604-5,02-926-9199 ต่อ 8907

รพ.นพรัตน์ราชธานี 109 ม.5 ถ.รามอินทรา กม.12 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. 10230 02-517-4270-9 ต่อ 1486,1450

รพ.ตากสิน 543 ถ.สมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม.10600 02-437-0123  ต่อ  1415  (จันทร์–ศุกร์ เวลา 8.00-16.30 น.)

รพ.BNH 9/1 ซ.คอนแวน ถ.สีลม บางรัก กทม. 10500 0-2686-2700

รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ 8 ถ.ตก แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม.10120 02-289-7000-3 ต่อ 7134

รพ.เซ็นหลุยส์ 215 ถ.สาธรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. 10120 02-675-5000 ต่อ แผนกเด็กแรกเกิด,OPD  เวลา 7.00-15.00  น.

รพ.เปาโลเมโมเรียล 90/102 ม.4  ซ.เสนานิคม แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม.10230 02-271-0227  ต่อ  OPD

รพ.พระมงกุฏเกล้า ถ.ราชวิถี เขตราชวิถี กทม 10400 02-354-7600-28 ต่อ 94044

รพ.พระรามเก้า 99 ถ.พระรามเก้า ห้วยขวาง กทม. 02-248-8020  ต่อ แผนกเนิร์สเซอร์รี่

รพ.ภูมิพล (คลินิกนมแม่) 171 ถ.พหลโยธิน ต.คลองถ. อ.สายไหม กทม. 10220 02-534-7723

รพ.มงกุฎวัฒนะ 34/40 ม. 1 ต.ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กทม. 10220 02-574-5000-9 ต่อ 1011

รพ.ลาดกระบัง 190/15 ม. 1 ถ.อ่อนนุช ลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. 10520 02-326-9995 ต่อ 208

รพ.เลิดสิน 190 ถ.สีลม แขวงศรีเวียง เขตบางรัก กทม. 10500 02-353-9799  ต่อ  9856,9857

รพ.วิชัยยุทธ 71/3 ถ.เศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ฯ 10400 02-618-6201, 02-618-6200 ต่อ 51252-53,51754-55

รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ถ.ตากสิน อ.ธนบุรี กทม. 10600 02-460-0000 ต่อ 11550

รพ.สมิติเวช 133 สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110 02-711-8345  อายุไม่เกิน  1  เดือน

รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ 48 ม.2 ถ.เลียบวารี แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. 10530 02-543-1307, 02-543-1150  ต่อ  424  (จันทร์,อังคาร,พฤหัส),425-6  (พุธ,ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์)

รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินุธโร อุทิศ 39 ม.4 ถ.เพชรเกษม ซ.เพชรเกษม81 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กทม. 10160 02-429-3575-81 ต่อ  8574,8572

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 99 ม. 18 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121 02-926-9999 #7362

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ ถ.รามคำแหง24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 10240 02-300-4543,02-300-4553 ต่อ 3505

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 18/18 ถ.บางนา-ตราด กม.18 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 02-312-6300 ต่อ 1235(ทุกวันจันทร์)

วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม. 10300 02-241-6500-9 ต่อ 8213 (อ. สุมิตตา  สว่างทุกข์)

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีกทม. 2/1 ถ.พญาไท เขตราชเทวี กทม.10400 0-2354-8247,0-2354-8241-2

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนพรัตน์วชิระ 109/1 ถ.รามอินทรา กม.12 แขวงคันยาว เขตคันนายาว กทม. 10240 02-540-6500-1   ต่อ  242

วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย 1873 พระราม 4 ปทุมวัน กทม. 10330 02-256-4807

วิทยาลัยแพทยศาสตร์  และวชิรพยาบาล ถ.สามเสน ดุสิต กทม. 10300 0-2244-3795


ศูนย์อนามัยที่ 1 บางเขน กทม. 02-521-3064 ต่อ 206

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 18120 036-266-170

รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ 67 ม.7 ถ.รังสิต-นครนายก แขวงองครักษ์ เขตองครักษ์ จ.นครนายก 26120 037-395-085 ต่อ 10819

รพ.พหลพลพยุหเสนา ถ.แสงชูโต  ต.ปากแพรก  อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี  71000 034-511-233 ต่อ 6600-01

รพ.พระนครศรีอยุธยา 46/1 ม.4 ถ.อู่ทอง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 13000 035-211-888  ต่อ  5402

รพ.บ้านโป่ง ถ.แสงชูโต  อ.บ้านโป่ง  จ.ราชบุรี 70110 032-222-841-46 ต่อ 273

รพ.นครปฐม 196 ถนนเทศา ต. พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000 โทร 034-254-150-4 ต่อ 1018

รพ.ปทุมธานี ถ.ปทุม-ลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก  อ.เมือง  จ.ปทุมธานี 12000 02-598-8888 ต่อ  8908,8849

รพ.เพชรบูรณ์ 203 ถ.สามัคคีชัย ต.ในเมือง  อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์  67000 056-717-600 ต่อ 6500
ศูนย์อนามัยที่ 2 สระบุรี 036-300-830-32 ต่อ 156

ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี 429 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000 032-310-368-71 ต่อ 2312

รพ.สวนดอกเชียงใหม่ ศูนย์สร้างเสริมสุขภาพ (คลินิกนมแม่) 053-946-799

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ คลินิกนมแม่  ชั้น 3 อาคารบุญสมมาร์ติน รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 053-946-799 เวลา 08.00 น. - 20.00 น.

รพ.นครพิงค์ เชียงใหม่ คลีนิคนมแม่ 053-999-200 ต่อ 2217

รพ.อุตรดิตถ์ (สูติกรรมหลังคลอด) 38 ถ.เจษฎาบดินทร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000 055-411-064ต่อ  7126-28

ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ 053-272-740 ต่อ 212

ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ 056-325-093-5 ต่อ 287

ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก 055-299-280-2 ต่อ 121

ศูนย์อนามัยที่ 3 ชลบุรี 038-148-165 ต่อ 51

รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 038-322-157-9  ต่อ  1146

รพ.ตราด 108 ถ.สุขุมวิท ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด 23000 039-511-040  ต่อ  644  (จันทร์-ศุกร์  เวลา  8.30-16.30  น.)

รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี อ.เมือง จ.จันทบุรี  22000 039-324-975ต่อ3458

รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (คลินิคนมแม่) 222 ถ.พิศษฐพยาบาล ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร 86000 077-503-674   ต่อ 282

รพ.ปัตตานี 2 ถ.หนองจิก ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 073-335-134-8  ต่อ  273

รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.มหาราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000 075-340-250 ต่อ 1024

ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช 075-399-460-4 ต่อ 114
ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา 073-214-200 ต่อ 139
ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา 044-305-134   ต่อ  150
ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น 043-235-902-5 ต่อ 5805
ศูนย์อนามัยที่ 7 อุบลราชธานี 045-288-586-8 ต่อ 319

 คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลขอนแก่น รับปรึกษาปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง 043-336789 ต่อ 3764

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น 123 ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40002 043-363-512-13
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บำรุงสมองของลูกน้อยได้ตั้งแต่ในครรภ์มารดา

ทุกคนต่างชอบเด็กที่มีความฉลาดทั้งด้านการเรียนรู้และด้านอารมณ์ และเด็กฉลาดจะสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัว ความฉลาดของเด็กนอกจากความตั้งใจในการเรียนรู้แล้ว สมองของเด็กมีส่วนสำคัญเช่นกัน การบำรุงสมองด้วยอาหารที่มีประโยชน์เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง ยิ่งคุณแม่รีบเลือกสรรอาหารอย่างเหมาะสมต่อพัฒนาการทางสมองของลูกน้อยในครรภ์แล้ว เมื่อเด็กเติบโตปัญหาหรือภาวะอันตรายที่เกิดกับสมองของเด็กก็ลดลงเช่นกัน ดังนั้นการเลือกอาหารให้เหมาะสมตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ย่อมส่งผลดีกับตัวคุณเองและลูกน้อยในครรภ์..

 อาหารประเภทแรกที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ โปรตีน ยิ่งเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลา มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง หากทารกในครรภ์ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอทำให้สมองมีขนาดเล็กผิดปกติ และสำหรับคุณแม่แล้ว โปรตีนเป็นสารอาหารหลักสำหรับการสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ สร้างน้ำนม เพิ่มปริมาตรเลือด สร้างน้ำย่อย สร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สารอาหารที่จำเป็นต่อมาคือ โฟเลต พบมากในตับสัตว์ บล็อกโคลี่ หน่อไม่ฝรั่ง ผักโขม และแคนตาลูป โฟเลตช่วยสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังของทารกในครรภ์ สมควรที่จะรับประทานตลอดช่วงตั้งครรภ์ เพราะเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างสารพันธุกรรม และช่วยให้เม็ดเลือดมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น วิตามินบี 2 (พบมากในนม ไข่แดง เนื้อสัตว์ ตับ และโยเกิร์ต) จะช่วยในการเจริบเติบโต และพัฒนาสมองของทารก ถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็ก ส่วนคาร์โบไฮเดรต เป็นอาหารที่จำเป็นต่อสมองของลูก และให้พลังงานต่อร่างกาย คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ควรทาน เพราะอาการแพ้จากการตั้งครรภ์เนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุล คาร์โบไฮเดรตจะเป็นสารอาหารที่กินง่าย ย่อยง่าย เสริมพลังให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ง่าย สารอาหารที่สำคัญและช่วยบำรุงสมองของลูกตั้งแต่ในครรภ์นั้น ยังมีธาตุเหล็ก ไอโอดีน โอเมก้า 3 วิตามินบี 8 และบี 12 หากคุณเลือกอาหารอย่างเหมาะสมตามคู่มือคุณแม่ หรือขอคำปรึกษาจากแพทย์แล้ว ทารกในครรภ์ย่อมได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ต่อพัฒนาการทางร่างกาย และพัฒนาการสมอง เพียงแค่คุณปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่เสี่ยงจะส่งผลต่อสมองของทารกจะลดลง
Read More

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตารางการให้วัคซีนในเด็กไทยปกติ 2558

การให้เด็กได้รับการฉีดวัคซีนถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญควรตรวจสอบวัคซีนของลูกหลานเราให้ครบ สำหรับตารางการให้วัคซีนที่จำเป็นสำหรับเด็กดูตามตารางที่อัพเดทด้านล่างเลยค่ะ

 ตารางวัคซีน 2558 [1620 kb]
Read More
loading...