แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทารกในครรภ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทารกในครรภ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อารมณ์ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกอย่างไร

สมองของทารกในครรภ์ อาจสามารถรับรู้สภาพอารมณ์ของว่าที่คุณแม่ในช่วงต่างๆ ได้และด้วยเหตุนี้เองที่อารมณ์ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังคลอดออกมา

อยากให้ลูกแข็งแรง มีความสุข ฉลาด อารมณ์ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากรอให้คลอดก่อนแล้วค่อยสร้างอาจจะช้าเกินไปค่ะ เพราะนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกน้อยปฏิสนธิขึ้นในครรภ์ของคุณ หัวใจดวงเล็กๆ ก็เริ่มทำงาน เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาไปเป็นร่างน้อยๆ ของลูก ฉะนั้น หากคุณต้องการสร้างลูกให้แข็งแรงร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาแล้วล่ะก็ ต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกที่คุณรู้ตัวว่าตั้งครรภ์



ซึ่งนอกเหนือไปจากเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว เรื่องอารมณ์ของคุณแม่ก็มีผลต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 1000 วันแรกนับตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงลูกอายุครบ 2 ปี สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จะส่งผลต่อชีวิตของลูกแทบทุกด้านไปจนตลอดชีวิต ฉะนั้นหากต้องการให้ลูกมีสภาพจิตใจที่ดีไปจนเติบใหญ่ ว่าที่คุณแม่ก็ต้องดูแลสภาพจิตใจและอารมณ์ของตนเองนับตั้งแต่วันนี้

อารมณ์ของแม่ท้อง กับสมองลูกในครรภ์

มีการศึกษาที่พบว่าสมองของทารกในครรภ์ อาจสามารถรับรู้สภาพอารมณ์ของว่าที่คุณแม่ในช่วงต่างๆ ได้ และด้วยเหตุนี้เองที่อารมณ์ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังคลอดออกมา

โดยการศึกษาที่ทำโดยนักวิจัยจาก คณะ psychiatry and human behavior มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าทารกที่เกิดจากคุณแม่ที่มีสภาพอารมณ์คงที่ ทำคะแนนการทดสอบด้านจิตใจและการเคลื่อนไหวได้ดีกว่า ทารกที่เกิดจากคุณแม่ที่มีอารมณ์แปรปรวนขณะตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะจากมีควมสุขเป็นซึมเศร้า หรือจากซึมเศร้าเป็นมีความสุข ทารกจะทำคะแนนการทดสอบด้านต่างๆ ได้น้อยกว่า

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาว่าที่คุณแม่จำนวน 221 ราย และติดตามผลทารกหลังคลอดจนกระทั่งอายุ 1 ปี พบว่าเมื่ออายุ 6 เดือน ทารกที่คลอดจากคุณแม่ที่มีสภาพอารมณ์คงที่ (ไม่ว่าจะซึมเศร้า หรือไม่ซึมเศร้า) จะทำการทดสอบพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจได้ดีกว่า หนูน้อยที่คลอดจากคุณแม่ที่มีอารมณ์แปรปรวนในขณะและหลังตั้งครรภ์ เมื่ออายุครบ 1 ปี ทารกที่เกิดจากคุณแม่ที่มีอารมณ์คงที่ ทำคะแนนทดสอบพัฒนาการทางจิตใจได้ดีกว่า ขณะที่คะแนนทดสอบด้านพัฒนาการทางร่างกายนั้นไม่พบความแตกต่าง

จะเห็นได้ว่า....
สภาพอารมณ์ของคุณแม่ส่งผลต่อจิตใจของลูกในระยะยาว ที่เป็นเช่นนี้นักวิจัยระบุว่า เพราะทารกในครรภ์มีบทบาทสำคัญอย่างมากที่จะกำหนดพัฒนาการด้านต่างๆ ของตัวเอง เมื่อคลอดออกมา หนูน้อยจะตอบสนองโลกภายนอกตามสิ่งที่เขาสัมผัสได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ กล่าวคือ หากแม่ท้องมีสภาพอารมณ์แปรปรวนอยู่เสมอ ลูกก็มีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กหงุดหงิดง่าย ปรับตัวยาก งอแง เป็นต้น



Read More

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แพทย์สวีเดน-อังกฤษเตรียมทดลองฉีดเซลล์ต้นกำเนิดรักษาโรคให้ทารกในครรภ์

แพทย์จากสวีเดนและอังกฤษเตรียมทำการทดลองทางคลินิกครั้งแรกของโลกในการใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากตัวอ่อนมนุษย์ ฉีดเข้าไปในทารกที่ยังอยู่ในครรภ์มารดาเพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคกระดูกเปราะแต่กำเนิด


การทดลองครั้งนี้จะเริ่มขึ้นในเดือน ม.ค.ปีหน้า นำโดยสถาบันคาโรลินสกา ของสวีเดน และโรงพยาบาลเกรท ออร์มอนด์ สตรีท ในสหราชอาณาจักร โดยแพทย์จะใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นกระดูก, กระดูกอ่อน และกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มาฉีดให้ทารกในครรภ์ที่มีอายุ 20-34 สัปดาห์ จำนวน 15 คน แล้วจะฉีดเซลล์ต้นกำเนิดดังกล่าวอีกครั้งหลังจากเด็กคลอดออกมา
คาดว่าเซลล์จะช่วยให้กระดูกของทารกเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม จากนั้นแพทย์จะทำการเปรียบเทียบสภาวะการเกิดกระดูกแตกหักกับเด็กอีก 15 คนที่ได้รับการรักษาภายหลังการเกิดเพียงอย่างเดียว และเด็กอีกกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาเลย

ทั้งนี้ โรคกระดูกเปราะแต่กำเนิด ส่งผลกระทบต่อเด็กราว 1 ใน 25,000 คนที่คลอดออกมา และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเนื่องจากเด็กเกิดมาโดยมีกระดูกที่แตกเปราะหลายจุด ส่วนเด็กที่รอดชีวิตก็จะมีปัญหากระดูกแตกหักได้สูงถึง 15 ครั้งต่อปี, ฟันเปราะบาง มีปัญหาด้านการได้ยิน และการเจริญเติบโต
ดร.เซซิเลีย เยอเตอร์สเตริม จากสถาบันคาโรลินสกา บอกว่า หากการทดลองครั้งนี้สามารถช่วยลดปัญหากระดูกแตกหัก, เสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรง และพัฒนาการเจริญเติบโตของผู้ป่วยก็จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวง อีกทั้งยังจะช่วยเปิดทางไปสู่การรักษาโรคอื่น ๆ ตั้งแต่ช่วงที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ และจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคกล้ามเนื้อและโรคกระดูกอื่น ๆต่อไปในอนาคต
ด้าน ดร.ดัสโก อิลิค ผู้เชี่ยวชาญจากคิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน เตือนว่า การที่ผู้ป่วยโรคกระดูกเปราะแต่กำเนิดแต่ละคนมีอาการของโรคที่หลากหลายและแตกต่างกันมากนั้น อาจทำให้เป็นการยากที่จะพิสูจน์ได้ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้มีประสิทธิภาพเพียงใด

ที่มา - bbc.com ผ่าน บีบีซีไทย - BBC Thai
Read More
loading...